วัดความอ่านง่ายของข้อความภาษาไทย

ดูคะแนนความอ่านง่ายพร้อมตัวเลขที่ใช้คำนวณ และรู้ว่าคะแนนนี้บอกอะไรได้และบอกอะไรไม่ได้

0 คำ · 0 ตัวอักษร
Ctrl/⌘ + Enter
สถิติของข้อความจะแสดงที่นี่

ไม่เก็บข้อความของคุณ ฟีเจอร์หลักใช้ฟรีตลอดไป

สรุป

เครื่องมือวัดความอ่านง่ายของ AdeptWrite ใช้ดัชนี LIX ของ Björnsson (ค.ศ. 1968) สำหรับภาษาไทย เพราะยังไม่มีสูตรนับพยางค์ภาษาไทยที่ผ่านการตรวจสอบ ค่า LIX คำนวณจากจำนวนคำต่อประโยคและสัดส่วนคำยาว ยิ่งต่ำยิ่งอ่านง่าย ภาษาไทยเขียนติดกันโดยไม่เว้นวรรคระหว่างคำ ส่วนคำยาวจึงไม่มีความหมายมากนัก คะแนนสะท้อนความยาวประโยคเป็นหลัก ใช้เป็นแนวทางปรับงานเขียน ไม่ใช่ระดับชั้นปีที่รับรอง

วิธีใช้ วัดความอ่านง่ายของข้อความ

  1. วางข้อความภาษาไทยอย่างน้อยสองสามประโยคลงในกล่องข้อความ
  2. กดปุ่มวัด (หรือ Ctrl/⌘ + Enter)
  3. อ่านคะแนน LIX ระดับที่ได้ จำนวนคำ ประโยค และคำต่อประโยค
  4. ถ้าประโยคยาวเกินไป ให้แบ่งเป็นประโยคสั้นลง แล้ววัดซ้ำเพื่อเทียบคะแนน

ก่อนและหลัง

ก่อน
นักศึกษาควรอ่านหนังสือทุกวัน เพราะช่วยให้มีคำศัพท์มากขึ้น และเขียนรายงานได้คล่องขึ้น การอ่านยังช่วยให้เข้าใจเนื้อหาในห้องเรียนดีกว่าเดิม
หลัง
LIX 44.5 (ปานกลาง) คำ 32 / ประโยค 1 / คำยาวเกิน 6 ตัวอักษร 12.5%

หมายเหตุ: ผลจากการรันตัวคำนวณจริงกับข้อความนี้ ตัวแบ่งประโยคมองข้อความที่เว้นวรรคแต่ไม่มีจุดเป็นประโยคเดียว จึงได้ 32 คำต่อประโยค ผลในเบราว์เซอร์อื่นอาจต่างเล็กน้อย

ฟีเจอร์และโหมด

  • บอกชื่อสูตรและที่มา — แสดงว่าใช้ LIX ของ Björnsson (1968) พร้อมคำอธิบาย ไม่ใช้ตัวเลขลึกลับที่ตรวจสอบไม่ได้
  • ไม่อ้าง "ระดับชั้น" ที่ไม่มีหลักฐาน — เพราะสูตรนี้ไม่ได้ปรับเทียบกับหลักสูตรไทย เครื่องมือจึงแสดงเพียงช่วงความยากง่าย 7 ระดับ ตั้งแต่อ่านง่ายมากถึงยากมาก
  • ตัวเลขประกอบครบ — แสดงจำนวนคำ ประโยค ย่อหน้า คำต่อประโยค และสัดส่วนคำยาว เพื่อให้รู้ว่าควรแก้ตรงไหน
  • ทำงานในเบราว์เซอร์ — ไม่อัปโหลดข้อความ ไม่ต้องสมัครสมาชิก ใช้ได้ไม่จำกัดครั้ง

เหมาะสำหรับ

รายงานและวิทยานิพนธ์
หาย่อหน้าที่ประโยคยาวเกินไปจนผู้ตรวจอ่านตามยาก แล้วแบ่งประโยคให้ชัดเจนขึ้น
อีเมลและบันทึกข้อความในองค์กร
ตรวจว่าข้อความถึงลูกค้าหรือผู้บริหารสั้น กระชับ และอ่านจบในครั้งเดียว
บทความเว็บไซต์และโพสต์
เทียบคะแนนก่อนและหลังตัดประโยคให้สั้น เพื่อให้ผู้อ่านบนมือถือไล่อ่านได้ง่าย
สื่อการสอนและคู่มือ
ครูและผู้เขียนคู่มือใช้ตรวจว่าคำอธิบายไม่ซับซ้อนเกินจำเป็น โดยใช้วิจารณญาณร่วมกับคะแนน

LIX คืออะไร

LIX ย่อมาจาก Läsbarhetsindex เป็นดัชนีความอ่านง่ายที่ Carl-Hugo Björnsson เสนอเมื่อ ค.ศ. 1968 คำนวณจากสองส่วน คือค่าเฉลี่ยจำนวนคำต่อประโยค บวกกับร้อยละของคำที่ยาวเกิน 6 ตัวอักษร ยิ่งคะแนนต่ำยิ่งอ่านง่าย ข้อดีคือไม่ต้องนับพยางค์ จึงใช้กับภาษาที่ยังไม่มีสูตรเฉพาะได้

คะแนน LIXระดับที่แสดง
ต่ำกว่า 30อ่านง่ายมาก
30-39อ่านง่าย
40-49ปานกลาง
50-59ค่อนข้างยาก
60 ขึ้นไปยากมาก

ทำไมภาษาไทยต้องอ่านผลด้วยความระวัง

ภาษาไทยไม่เว้นวรรคระหว่างคำและมักไม่มีจุดจบประโยค เครื่องมือจึงตัดคำและประโยคด้วยความสามารถของเบราว์เซอร์ ซึ่งอาจมองหลายประโยคเป็นประโยคเดียว ขณะเดียวกัน ส่วน "คำยาว" ของ LIX ถูกออกแบบมากับภาษาที่คั่นคำด้วยช่องว่าง จึงไม่ค่อยมีความหมายกับภาษาไทย คะแนนที่เห็นส่วนใหญ่สะท้อนความยาวประโยค อย่าตีความเป็นระดับชั้นปีหรือเกณฑ์สอบ

วิธีใช้คะแนนให้เป็นประโยชน์

  1. วัดทีละย่อหน้า ไม่ใช่ทั้งเล่ม เพื่อหาจุดที่ประโยคยืดยาว
  2. ใส่เว้นวรรคระหว่างประโยคให้เหมาะสม ตามหลักใน เครื่องหมายวรรคตอนภาษาไทย
  3. ตัดประโยคยาวให้เหลือหนึ่งใจความ แล้ววัดซ้ำ
  4. อย่าไล่คะแนนจนงานวิชาการหายความลึก ผู้อ่านเฉพาะทางรับประโยคยาวได้มากกว่า

ก่อนและหลังแก้

ประโยคหนึ่งที่ยาว 60 คำแบ่งเป็นสามประโยคได้ง่าย เมื่อวัดซ้ำ คำต่อประโยคจะลดลงมาก และคะแนน LIX ลดลงตาม แต่ตรวจเนื้อหาด้วยตัวเองด้วยว่าความหมายยังครบ

เครื่องมือที่ใช้ต่อได้

ปรับประโยคที่ติดขัดด้วย ปรับประโยคให้อ่านลื่น ตรวจไวยากรณ์ด้วย ตรวจไวยากรณ์ และดูความยาวด้วย นับตัวอักษร

คำถามที่พบบ่อย

LIX กับค่าความอ่านง่ายของ Flesch ต่างกันอย่างไร

Flesch ใช้จำนวนพยางค์ต่อคำและเหมาะกับภาษาอังกฤษ ส่วน LIX ใช้ความยาวประโยคกับสัดส่วนคำยาว ไม่ต้องนับพยางค์ AdeptWrite ใช้ LIX กับภาษาไทย เพราะยังไม่มีสูตรนับพยางค์ภาษาไทยที่ผ่านการตรวจสอบ

คะแนนนี้บอกระดับชั้นของผู้อ่านได้ไหม

ไม่ได้ คะแนน LIX ไม่ได้ปรับเทียบกับหลักสูตรหรือระดับชั้นของไทย เครื่องมือจึงไม่แสดงระดับชั้น ใช้เพียงเป็นแนวทางเทียบความยากง่ายของข้อความสองเวอร์ชันที่เขียนเรื่องเดียวกัน

ทำไมข้อความที่ยาวหลายประโยคถึงได้เป็นประโยคเดียว

ภาษาไทยมักไม่มีจุดปิดประโยค เครื่องมือใช้ตัวแบ่งประโยคของเบราว์เซอร์ ซึ่งอาจรวมประโยคที่คั่นด้วยช่องว่างเป็นประโยคเดียว ถ้าต้องการผลที่ละเอียดขึ้น ให้แยกแต่ละประโยคขึ้นบรรทัดใหม่หรือใช้ตัวคั่นที่ชัดเจน

ควรได้คะแนนเท่าไรถึงดี

ไม่มีตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับทุกงาน ข้อความสำหรับสาธารณะหรือหน้าเว็บมักควรอ่านง่ายถึงปานกลาง ส่วนงานวิชาการเฉพาะทางอาจได้คะแนนสูงกว่านั้นได้โดยไม่ผิด ให้พิจารณาจากผู้อ่านเป้าหมายเป็นหลัก

ต้องวางข้อความยาวเท่าไร

ควรวางอย่างน้อยหลายประโยคหรือหนึ่งย่อหน้า ข้อความสั้นมากให้ตัวเลขที่ไม่เสถียร เพราะจำนวนประโยคเพียงหนึ่งหรือสองประโยคทำให้ค่าเฉลี่ยแกว่งได้มาก

ข้อความถูกเก็บไว้ไหม

ไม่ การวัดทำในเบราว์เซอร์ของคุณทั้งหมด ไม่มีการส่งข้อความไปที่เซิร์ฟเวอร์ ไม่ต้องสมัครสมาชิก และใช้ได้ไม่จำกัดครั้ง จึงวางรายงานหรือร่างที่ยังไม่เผยแพร่ได้ แต่ควรระวังเมื่อใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ

คู่มือที่เกี่ยวข้อง

ลองใช้ วัดความอ่านง่ายของข้อความ ฟรี
วางข้อความ เลือกโหมด เสร็จเลย ไม่ต้องสมัคร
วัดผล