เครื่องมือนี้ตรวจอะไรบ้าง
เครื่องมือส่งข้อความไปให้โมเดล AI แก้ แล้วแสดงผลเป็นข้อความฉบับใหม่ที่ไฮไลต์จุดเปลี่ยน สิ่งที่มักถูกแก้ ได้แก่
- การเรียงคำและโครงสร้างประโยคที่ติดขัด
- คำฟุ่มเฟือย เช่น "ได้ทำการ" "มีความ...เกิดขึ้น" ที่ทำให้ประโยคอืดอาด
- คำสะกดและการสะกดคำทับศัพท์ เช่น อีเมล์ → อีเมล
- ไม้ยมก วรรคตอน และการเว้นวรรคที่ไม่เหมาะสม
- คำลงท้ายที่ไม่สอดคล้อง เช่น นะค่ะ → นะคะ
ตรวจไวยากรณ์ ตรวจคำผิด และปรับประโยค ต่างกันอย่างไร
| ต้องการ | ใช้ |
|---|---|
| แก้ทั้งประโยค คำผิด และวรรคตอนในรอบเดียว | ตรวจไวยากรณ์ (หน้านี้) |
| ตรวจการสะกดโดยอ้างอิงพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน ในเบราว์เซอร์ | ตรวจคำผิดภาษาไทย |
| ทำให้ประโยคที่ติดขัดอ่านลื่น | ปรับประโยคให้อ่านลื่น |
| เปลี่ยนระดับภาษา | ปรับน้ำเสียงข้อความ |
ข้อควรระวัง
AI อาจแก้ผิดหรือแก้เกินจำเป็น โดยเฉพาะชื่อเฉพาะ ศัพท์เทคนิค และคำราชาศัพท์ ความสามารถด้านภาษาไทยของโมเดลที่ใช้ยังไม่ถึงระดับภาษาอังกฤษ จึงควรอ่านทบทวนทุกจุดที่ไฮไลต์ และเปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ที่ dictionary.orst.go.th เมื่อไม่แน่ใจ ภาษาไทยไม่มีโหมดสำรองแบบออฟไลน์ หากบริการ AI ใช้งานไม่ได้ชั่วคราว จะมีข้อความแจ้งและปุ่มลองใหม่ รับข้อความสูงสุด 6,000 ตัวอักษรต่อรอบ
วิธีใช้ให้ได้ผลดี
- ตรวจทีละส่วนไม่เกิน 6,000 ตัวอักษร เช่น ทีละบท เพื่อให้เทียบจุดที่แก้ได้ง่าย
- ถ้าข้อความมีชื่อเฉพาะ ชื่อบริษัท หรือศัพท์เทคนิค ให้ตรวจจุดที่ไฮไลต์เหล่านั้นก่อน เพราะ AI อาจเข้าใจผิดว่าเป็นคำผิด
- หากเป็นงานที่ต้องยึดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เช่น งานราชการหรือวิทยานิพนธ์ ให้ตรวจการสะกดซ้ำด้วยเครื่องมือตรวจคำผิดและพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสภา
- อ่านออกเสียงหนึ่งรอบหลังแก้ เพราะประโยคที่ถูกหลักแต่ฟังแปร่งยังมีอยู่
สำหรับหลักการเขียนที่เกี่ยวข้อง ดู หลักการสะกดคำภาษาไทย และ เครื่องหมายวรรคตอนภาษาไทย