บรรณานุกรมกับการอ้างอิงในเนื้อหา
การอ้างอิงมีสองส่วนที่ต้องตรงกัน ส่วนแรกคือการอ้างอิงในเนื้อหา เช่น (Kahneman, 2011) ส่วนที่สองคือรายการท้ายเล่มที่บอกรายละเอียดเต็ม ทุกแหล่งที่อ้างในเนื้อหาควรมีในรายการท้ายเล่ม และในทางกลับกัน สถาบันบางแห่งเรียกรายการท้ายเล่มว่าบรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิง ความต่างอ่านได้ที่ บรรณานุกรมกับเอกสารอ้างอิง ต่างกันอย่างไร
เลือกรูปแบบไหน
| รูปแบบ | ลักษณะ | พบบ่อยใน |
|---|---|---|
| APA 7 | ผู้แต่ง-ปี | สังคมศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ จิตวิทยา บริหารธุรกิจ |
| MLA 9 | ผู้แต่ง-หน้า | มนุษยศาสตร์ วรรณคดี |
| Chicago | ผู้แต่ง-ปี หรือเชิงอรรถ | ประวัติศาสตร์ การจัดพิมพ์ |
| Harvard | ผู้แต่ง-ปี แบบต่าง ๆ | หลักสูตรบางแห่ง |
| IEEE | หมายเลข [1] | วิศวกรรม คอมพิวเตอร์ |
ให้ยึดคู่มือของคณะ ภาควิชา หรือวารสารเป็นหลัก เครื่องมือนี้ใช้กฎสาธารณะของแต่ละรูปแบบ แต่ไม่ได้ผูกกับคู่มือของสถาบันใดโดยเฉพาะ
สิ่งที่ต้องตรวจเองสำหรับแหล่งภาษาไทย
ตารางคำเชื่อมและคำย่อของเครื่องมือนี้มีเฉพาะภาษาอินโดนีเซียและอังกฤษ ในหน้าภาษาไทยรายการอ้างอิงจึงใช้คำย่อแบบอังกฤษ เช่น et al. และ pp. และเดือนอาจแสดงเป็นภาษาอังกฤษ เครื่องมือยังเรียงชื่อผู้แต่งตามแบบสากลคือนามสกุลก่อน ซึ่งไม่ตรงกับธรรมเนียมที่หลายสถาบันไทยใช้กับผู้แต่งชาวไทย (ชื่อก่อนนามสกุล) ปีให้พิมพ์ตามที่ปรากฏบนเอกสาร ทั้ง พ.ศ. และ ค.ศ. และอย่าลืมตรวจว่าปีของแหล่งไทยกับต่างประเทศอ่านถูกระบบ ให้แก้ผลลัพธ์เป็นภาษาไทยด้วยมือหลังคัดลอก
อ่านรายละเอียดเพิ่มที่ การอ้างอิง APA สำหรับแหล่งข้อมูลภาษาไทย
ก่อนส่งงาน
- ตรวจว่าแหล่งในเนื้อหาทุกแห่งมีในรายการท้ายเล่ม
- เรียงตามอักษรหรือหมายเลขตามที่รูปแบบกำหนด
- ตรวจตัวเอียง เครื่องหมายจุด และปีทีละรายการ
- ตรวจการคัดลอกผลงานด้วย ตรวจ Plagiarism และเรียบเรียงข้อความที่ยกมาด้วย Paraphrase