Paraphrase คืออะไร? ความหมาย ตัวอย่าง และเมื่อไรต้องอ้างอิง
Paraphrase คือการนำความคิดหรือข้อมูลของผู้อื่นมาเรียบเรียงใหม่ด้วยถ้อยคำและโครงสร้างประโยคของตนเอง โดยความหมายเดิมไม่เปลี่ยน ในภาษาไทยใกล้เคียงกับ "เรียบเรียงใหม่" และ "ถอดความ" แต่แตกต่างจากสรุปความและย่อความ ที่สำคัญคือต้องอ้างอิงแหล่งที่มาเสมอ ไม่เช่นนั้นยังเข้าข่ายการคัดลอกผลงาน
Paraphrase คืออะไร
Paraphrase (อ่านว่า แพ-ระ-เฟรส) คือการนำข้อความ ความคิด หรือข้อมูลจากแหล่งใดแหล่งหนึ่งมาเขียนใหม่ด้วยถ้อยคำและโครงสร้างของตัวเอง โดยรักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน ความยาวของผลลัพธ์มักใกล้เคียงต้นฉบับ ไม่ได้สั้นลงมากเหมือนการสรุป
หลักสำคัญมีสามข้อ
- ความหมายต้องเท่าเดิม ไม่เพิ่ม ไม่ตัด และไม่เปลี่ยนน้ำหนักของข้อมูล
- ถ้อยคำและโครงสร้างต้องเป็นของเราเอง ไม่ใช่เปลี่ยนคำไม่กี่คำแล้วคงรูปประโยคเดิม
- ต้องบอกที่มา เพราะความคิดยังเป็นของผู้เขียนต้นฉบับ
ถ้าต้องการลงมือทำ ดูขั้นตอนและเทคนิคในบทความวิธี Paraphrase ภาษาไทย
คำไทยที่ใกล้เคียงกับ Paraphrase
คนไทยใช้หลายคำเรียกการทำสิ่งนี้ และบางคำมีความหมายต่างกันเล็กน้อย
| คำ | ความหมายโดยย่อ | ความยาวเทียบกับต้นฉบับ |
|---|---|---|
| เรียบเรียงใหม่ | เขียนใหม่ด้วยถ้อยคำของตน คำที่ใช้ทั่วไปที่สุดสำหรับ Paraphrase | ใกล้เคียง |
| ถอดความ | เขียนความหมายของข้อความหนึ่งออกมาเป็นถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง มักใช้กับบทร้อยกรอง ข้อความโบราณ หรือสำนวนที่เข้าใจยาก | ใกล้เคียงหรือยาวขึ้น |
| สรุปความ | ย่อเฉพาะใจความสำคัญของข้อความที่ยาวให้เหลือน้อยลง | สั้นลงมาก |
| ย่อความ | เขียนใจความสำคัญตามลำดับของเรื่องให้สั้นลง ตามรูปแบบที่สอนในวิชาภาษาไทย | สั้นลง |
| อ้างอิงโดยตรง (คำพูดตรง) | ยกถ้อยคำของผู้อื่นทุกตัวอักษรมาใส่ในเครื่องหมายอัญประกาศ | เท่าเดิม |
ในการเรียนการสอนภาษาไทย คำว่า "ถอดความ" คุ้นหูจากการถอดความบทประพันธ์เป็นร้อยแก้ว ซึ่งใกล้กับ Paraphrase มาก ส่วนในงานรายงานและวิทยานิพนธ์ อาจารย์มักใช้ "เรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของตนเอง" หรือใช้ทับศัพท์ว่า Paraphrase
ตัวอย่าง: ประโยคเดียว เขียนสี่แบบ
ใช้ประโยคตัวอย่างที่เขียนขึ้นเพื่อการอธิบายนี้
ต้นฉบับ: การอ่านหนังสือทุกวันช่วยให้เด็กนักเรียนมีคลังคำศัพท์กว้างขึ้นและเขียนได้คล่องกว่าเด็กที่ไม่ค่อยได้อ่าน
| แบบ | ผลลัพธ์ |
|---|---|
| Paraphrase / เรียบเรียงใหม่ | เด็กที่อ่านหนังสือเป็นประจำจะรู้คำศัพท์มากกว่าและเขียนหนังสือได้ลื่นไหลกว่าเด็กที่อ่านน้อย |
| ถอดความ | เมื่อเด็กนักเรียนหมั่นอ่านหนังสือทุกวัน ก็ย่อมรู้จักคำใหม่ ๆ มากขึ้น จึงเรียบเรียงงานเขียนได้ดีกว่าเด็กที่อ่านน้อย |
| สรุปความ | การอ่านทุกวันช่วยพัฒนาคำศัพท์และการเขียนของเด็ก |
| อ้างตรง | "การอ่านหนังสือทุกวันช่วยให้เด็กนักเรียนมีคลังคำศัพท์กว้างขึ้นและเขียนได้คล่องกว่าเด็กที่ไม่ค่อยได้อ่าน" |
ทั้งสี่แบบยังต้องมีการอ้างอิงแหล่งที่มา ต่างกันเพียงวิธีการเขียนและความยาว ข้อสังเกตคือ แบบ Paraphrase ยังคงมีรายละเอียดครบทุกส่วน (อ่านทุกวัน คำศัพท์ การเขียน การเปรียบเทียบกับเด็กที่อ่านน้อย) ขณะที่แบบสรุปตัดรายละเอียดเหลือเฉพาะใจความหลัก
ตัวอย่างจากหลายสถานการณ์
รายงานในชั้นเรียน
ต้นฉบับ: ผู้บริโภคจำนวนมากตัดสินใจซื้อสินค้าออนไลน์หลังจากอ่านความเห็นของผู้ซื้อรายอื่น
Paraphrase: ความเห็นที่ผู้ซื้อคนอื่นเขียนไว้มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าหลายคนบนช่องทางออนไลน์ (นามสมมติ, 2566)
ข่าว
ต้นฉบับ: ทางเทศบาลแจ้งว่าจะปิดถนนสายหลักตั้งแต่เวลา 22.00 น. เพื่อซ่อมผิวจราจร
Paraphrase: เทศบาลประกาศปิดถนนสายหลักหลังเวลา 22.00 น. เนื่องจากต้องซ่อมแซมพื้นผิวถนน
ข่าวต้องคงเวลา สถานที่ และหน่วยงานให้ตรงต้นฉบับ ห้ามเปลี่ยนข้อเท็จจริง
กฎหมายและระเบียบ
ข้อความทางกฎหมายมีถ้อยคำเฉพาะที่ความหมายผูกกับตัวบท ถ้าอธิบายให้คนทั่วไปเข้าใจ ให้คงคำนิยามและเงื่อนไขไว้ และระบุมาตราหรือประกาศที่อ้างถึงเสมอ ห้ามเปลี่ยนคำศัพท์กฎหมายเป็นคำทั่วไป เพราะความหมายอาจเปลี่ยน
อีเมลและงานสำนักงาน
ต้นฉบับ: ขอให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องมายังฝ่ายบุคคลภายในวันศุกร์นี้
Paraphrase: กรุณาส่งเอกสารที่จำเป็นให้ฝ่ายบุคคลภายในวันศุกร์ที่จะถึงนี้
อีเมลในที่ทำงานไม่ต้องใส่อ้างอิงแบบงานวิชาการ แต่ถ้านำข้อความจากเอกสารหรือผลงานของผู้อื่นมาเรียบเรียงในรายงาน ต้องอ้างอิงที่มา
Paraphrase ต้องอ้างอิงหรือไม่
ต้องอ้างอิง หากความคิด ข้อมูล หรือข้อสรุปนั้นมาจากแหล่งอื่น ที่ไม่ใช่ความรู้ทั่วไป การเรียบเรียงใหม่ด้วยถ้อยคำของตัวเองเปลี่ยนเพียงการเขียน แต่ไม่ได้เปลี่ยนว่าความคิดนั้นเป็นของใคร นี่คือประเด็นที่นักศึกษาจำนวนมากเข้าใจผิดว่า "เรียบเรียงใหม่แล้วไม่ต้องอ้างอิง" ซึ่งไม่เป็นความจริง
ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงเมื่อเป็น ความรู้ทั่วไป ที่พบได้ในหลายแหล่งและคนทั่วไปรู้กันอยู่แล้ว เช่น กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย แต่ถ้าไม่แน่ใจ ให้อ้างอิงไว้ก่อน
รูปแบบ APA ฉบับที่ 7 ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยไทยใช้ กำหนดให้ใส่ผู้แต่งและปีในเนื้อหา เช่น (สมชาย ใจดี, 2566) และใส่รายการเต็มในบรรณานุกรมท้ายเล่ม ชื่อในตัวอย่างเป็นชื่อสมมติ รูปแบบที่ใช้จริงขึ้นกับคู่มือของคณะและสถาบัน ใช้สร้างบรรณานุกรม APA MLA Chicagoเพื่อจัดรูปแบบ แล้วตรวจเทียบกับคู่มือฉบับจริงอีกครั้ง เครื่องมือนี้สร้างในเบราว์เซอร์ของคุณและต้องให้คุณตรวจความถูกต้องเสมอ
เกณฑ์เรื่องการคัดลอกผลงานและการอ้างอิงในแต่ละสถาบันไม่เหมือนกัน หัวข้อนี้อธิบายต่อในPlagiarism คืออะไร
Paraphrase ที่ดีกับ Paraphrase ที่ใกล้ต้นฉบับเกินไป
ต้นฉบับ: การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับได้ดีขึ้น
| ระดับ | ตัวอย่าง | ความเห็น |
|---|---|---|
| ใกล้เกินไป | การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยลดความเครียดและทำให้หลับได้ดีขึ้น | เปลี่ยนเพียงสองคำ โครงสร้างเหมือนเดิม |
| ใช้ได้ | คนที่ออกกำลังกายต่อเนื่องมักเครียดน้อยลงและพักผ่อนได้เต็มอิ่มกว่าเดิม | โครงสร้างต่าง ใจความครบ |
| ผิดความหมาย | การออกกำลังกายทำให้หายเครียดอย่างสิ้นเชิง | เพิ่มความหมายเกินต้นฉบับ |
ข้อควรระวังอีกข้อคือ "ช่วยลด" ไม่เท่ากับ "ทำให้หาย" การเปลี่ยนระดับความมั่นใจของผู้เขียนเดิมคือความผิดพลาดที่พบบ่อยในการเรียบเรียงใหม่
เมื่อไรควรใช้ Paraphrase เมื่อไรควรอ้างตรง
| สถานการณ์ | วิธีที่เหมาะ |
|---|---|
| อธิบายแนวคิดหรือผลการวิจัยของผู้อื่น | Paraphrase |
| ต้องการให้เนื้อหากลมกลืนกับสไตล์ของงาน | Paraphrase |
| ถ้อยคำนั้นเป็นคำนิยามหรือบทบัญญัติที่เปลี่ยนไม่ได้ | อ้างตรง |
| ต้องการวิเคราะห์สำนวนหรือเนื้อความของข้อความนั้นเอง | อ้างตรง |
| มีแหล่งยาวหลายหน้าและใช้เพียงภาพรวม | สรุปความ |
ในงานวิชาการไทย การอ้างตรงควรใช้เท่าที่จำเป็น ส่วนใหญ่ควรเป็นการเรียบเรียงใหม่ที่แสดงว่าคุณเข้าใจเนื้อหาจริง
เครื่องมือ Paraphrase ช่วยได้แค่ไหน
เครื่องมือ Paraphrase ภาษาไทยของ AdeptWrite เรียบเรียงข้อความได้ 7 โหมด ได้แก่ ทั่วไป ทางการ กันเอง วิชาการ สร้างสรรค์ ย่อให้สั้น และขยายความ รับข้อความได้สูงสุด 6,000 ตัวอักษรต่อครั้ง ใช้เป็นจุดเริ่มต้นเมื่อคุณมีข้อความต้นฉบับและต้องการเห็นแนวทางการเขียนแบบอื่น
สิ่งที่เครื่องมือทำไม่ได้ คือ ตัดสินแทนคุณ ว่าความหมายยังเท่าเดิมหรือไม่ ข้อเท็จจริงถูกต้องหรือเปล่า และต้องอ้างอิงใคร ผลลัพธ์เป็นร่างที่ต้องตรวจทาน เทียบกับต้นฉบับ และใส่การอ้างอิงเองเสมอ ถ้าต้องการตรวจว่าข้อความที่เขียนเสร็จซ้ำกับแหล่งสารานุกรมและแหล่งวิชาการแบบเปิดหรือไม่ ใช้ตรวจ Plagiarism ซึ่งแสดงรายการแหล่งที่ค้นจริง ผล 0% หมายถึงไม่พบข้อความซ้ำในแหล่งที่ค้น ไม่ได้รับรองว่างานของคุณเป็นต้นฉบับ 100%
เช็กลิสต์ความซื่อสัตย์ทางวิชาการ
- ฉันเข้าใจต้นฉบับจนอธิบายให้คนอื่นฟังได้โดยไม่ดูข้อความ
- โครงสร้างประโยคของฉันต่างจากต้นฉบับ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำ
- ตัวเลข ชื่อ และศัพท์เฉพาะตรงกับต้นฉบับ
- ไม่ได้เพิ่มหรือลดระดับความมั่นใจของผู้เขียนเดิม
- ใส่การอ้างอิงในเนื้อหาและบรรณานุกรมครบ
- ตรวจการสะกดกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ที่ dictionary.orst.go.th หรือใช้ตรวจคำผิดภาษาไทย
- ศึกษาระเบียบของมหาวิทยาลัยหรือหน่วยงานเรื่องการคัดลอกผลงานและการใช้เครื่องมือช่วยเขียน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คิดว่าเรียบเรียงใหม่แล้วไม่ต้องอ้างอิง ต้องอ้างอิงเสมอเมื่อความคิดมาจากผู้อื่น
- เปลี่ยนเฉพาะคำพ้องความหมาย โครงสร้างยังเหมือนเดิมและถือว่าใกล้ต้นฉบับเกินไป
- สับสนระหว่าง Paraphrase กับสรุปความ สองอย่างนี้ใช้ต่างกัน และควรเลือกให้ตรงกับโจทย์ของอาจารย์
- เปลี่ยนศัพท์เฉพาะ ทำให้ความหมายผิด
- คัดลอกจากเครื่องมือโดยไม่ตรวจ ผลอาจเปลี่ยนความหมายหรือตกหล่นเงื่อนไข
สรุป
Paraphrase คือการเรียบเรียงความคิดของผู้อื่นด้วยถ้อยคำและโครงสร้างของตัวเองโดยรักษาความหมายเดิม ใกล้กับ "เรียบเรียงใหม่" และ "ถอดความ" ในภาษาไทย แต่ไม่เหมือนการสรุปความหรือย่อความ ทุกครั้งที่ใช้ความคิดของผู้อื่น ต้องอ้างอิงที่มา ไม่ว่าจะเรียบเรียงใหม่เพียงใดก็ตาม
ลองใช้เครื่องมือ
คำถามที่พบบ่อย
Paraphrase ภาษาไทยเรียกว่าอะไร
ที่ใกล้เคียงที่สุดคือ "เรียบเรียงใหม่" และ "ถอดความ" ในงานวิชาการมักใช้ทับศัพท์ว่า Paraphrase เช่นกัน ส่วน "สรุปความ" และ "ย่อความ" ต่างกันตรงที่ตัดรายละเอียดให้สั้นลงมาก ขณะที่ Paraphrase ยังรักษารายละเอียดและความยาวใกล้เคียงต้นฉบับ
เรียบเรียงใหม่แล้วต้องอ้างอิงไหม
ต้องอ้างอิง เพราะการเรียบเรียงใหม่เปลี่ยนเพียงถ้อยคำ แต่ความคิดยังเป็นของผู้เขียนเดิม ถ้าไม่ระบุที่มา อาจถือเป็นการคัดลอกผลงานได้ ยกเว้นความรู้ทั่วไปที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว หากไม่แน่ใจให้อ้างอิงไว้ก่อน
Paraphrase ต่างจากสรุปความอย่างไร
Paraphrase เขียนความหมายเดิมครบด้วยถ้อยคำใหม่ ความยาวใกล้ต้นฉบับ ส่วนสรุปความย่อเฉพาะใจความสำคัญให้สั้นลงมาก ทั้งสองอย่างต้องอ้างอิงแหล่งที่มา และควรเลือกใช้ให้ตรงกับที่อาจารย์หรือผู้ว่าจ้างกำหนด
เครื่องมือ Paraphrase ช่วยได้หรือไม่
ช่วยให้ได้ร่างหรือแนวทางการเขียนแบบอื่นได้เร็ว แต่เครื่องมือไม่รู้ว่าความหมายยังตรงต้นฉบับหรือต้องอ้างอิงใคร ผลลัพธ์จึงเป็นร่างที่คุณต้องตรวจทาน เทียบกับต้นฉบับ และใส่การอ้างอิงด้วยตนเองเสมอ
คู่มือที่เกี่ยวข้อง
- วิธี Paraphrase ภาษาไทยให้ไม่ซ้ำต้นฉบับ พร้อมตัวอย่างก่อนและหลัง — การ Paraphrase ภาษาไทยที่ดีคือการอ่านต้นฉบับให้เข้าใจ ปิดหน้าจอ แล้วเขียนความหมายเดิมด้วยโครงสร้างและถ้อยคำของคุณเอง จาก…
- Plagiarism คืออะไร? การคัดลอกผลงานในรายงานและวิทยานิพนธ์ — Plagiarism หรือการคัดลอกผลงาน คือการนำถ้อยคำ ข้อมูล หรือความคิดของผู้อื่นมาเสนอราวกับเป็นของตนเองโดยไม่อ้างอิงที่มาให้ถู…
- วิธีเลี่ยงการคัดลอกผลงานในรายงานและวิทยานิพนธ์ — วิธีเลี่ยงการคัดลอกผลงานที่ได้ผลที่สุดคือทำให้ที่มาของทุกถ้อยคำและทุกความคิดมองเห็นได้ จดแหล่งที่มาไว้ข้างทุกประโยคที่โน…
- วิธีตรวจ Plagiarism ก่อนส่งงาน และอ่านผลให้เป็น — ตรวจ plagiarism ได้โดยวางข้อความที่ต้องการตรวจ (ไม่เกิน 6,000 ตัวอักษรต่อรอบ) แล้วอ่านคะแนนความคล้ายพร้อมเปิดดูแหล่งที่ต…