การเรียบเรียงใหม่ (Paraphrase)

วิธีเลี่ยงการคัดลอกผลงานในรายงานและวิทยานิพนธ์

ทีมบรรณาธิการ AdeptWriteอัปเดตเมื่อ 8 นาทีในการอ่าน

วิธีเลี่ยงการคัดลอกผลงานที่ได้ผลที่สุดคือทำให้ที่มาของทุกถ้อยคำและทุกความคิดมองเห็นได้ จดแหล่งที่มาไว้ข้างทุกประโยคที่โน้ต ใส่อัญประกาศและเลขหน้าเมื่อคัดตรง เรียบเรียงด้วยคำของตนแล้วอ้างอิง APA และตรวจร่างก่อนส่ง ผลคะแนนความคล้ายเป็นเพียงสัญญาณ ไม่ใช่คำตัดสิน

คำตอบสั้น ๆ

ให้ถือหลักข้อเดียว: ทุกถ้อยคำและทุกความคิดที่ไม่ใช่ของคุณ ต้องมีที่มาให้ผู้อ่านตามไปตรวจได้ การคัดลอกผลงานส่วนมากไม่ได้มาจากเจตนาโกง แต่มาจากโน้ตที่ไม่มีที่มา และการใส่อ้างอิงตอนใกล้ส่ง บทความนี้เป็นเช็กลิสต์แบบลงมือทำ ถ้ายังไม่แน่ใจว่าอะไรนับเป็นการคัดลอก อ่าน Plagiarism คืออะไร ก่อน

ขั้นที่ 1: จดโน้ตโดยให้ที่มาอยู่ข้างทุกประโยค

นี่คือนิสัยที่ป้องกันปัญหาได้มากที่สุด ตอนอ่านบทความหรือหนังสือ ให้แยกโน้ตเป็นสามชนิดและทำเครื่องหมายต่างกัน

ชนิดโน้ตวิธีจดตัวอย่าง
คัดตรงใส่ “ ” เลขหน้า และชื่อผู้แต่ง ปี“…” (วิไล รักเรียน, 2563, น. 45)
สรุปด้วยคำตนเองขึ้นต้นด้วยตัวย่อ เช่น [สรุป] และใส่ที่มา[สรุป] เด็กที่อ่านทุกวันมีคำศัพท์มากขึ้น (วิไล รักเรียน, 2563)
ความเห็นของฉันขึ้นต้นด้วย [ฉัน] ไม่ต้องมีที่มา[ฉัน] ผลนี้อาจใช้กับโรงเรียนต่างจังหวัดไม่ได้

ชื่อผู้แต่งและปีข้างต้นเป็นตัวอย่างรูปแบบ ไม่ใช่เอกสารจริง สำหรับเว็บ ให้จด URL และวันที่เข้าถึง ถ้าคัดจากกระทู้ Pantip หรือ Wikipedia ให้จดไว้เลยว่าเป็นแหล่งรองหรือเนื้อหาที่ผู้ใช้เขียน เพราะผู้ตรวจมักคาดหวังให้ย้อนไปหาแหล่งต้นทางที่น่าเชื่อถือกว่า

ขั้นที่ 2: คัดตรงเมื่อจำเป็นเท่านั้น และคัดให้ถูกวิธี

คัดตรงเหมาะกับนิยามเฉพาะ ถ้อยคำที่ผู้เขียนเลือกมาอย่างตั้งใจ หรือข้อความทางกฎหมาย นอกนั้นควรเรียบเรียงเอง วิธีคัดตรง

  1. ใส่อัญประกาศ “ ” ครอบข้อความเท่าที่คัด ไม่คัดเกินจำเป็น
  2. ระบุผู้แต่ง ปี และเลขหน้าในวงเล็บ เช่น (กรมวิชาการ, 2545, น. 7)
  3. อย่าแก้ถ้อยคำภายในอัญประกาศ ถ้าต้องตัดทอนให้ใช้ … และถ้าต้องเติมคำเพื่ออธิบายให้ใช้วงเล็บเหลี่ยม
  4. ข้อความยาวมากควรย่อหน้าแยก และตรวจกับคู่มือของสถาบันว่ากำหนดไว้อย่างไร

ขั้นที่ 3: Paraphrase ให้ถูกวิธี แล้วอ้างอิงเสมอ

การ Paraphrase ที่ดีไม่ใช่การเปลี่ยนคำพ้องความหมาย แต่คือการเข้าใจแล้วเขียนใหม่ ลองลำดับนี้

  1. อ่านย่อหน้าต้นฉบับจบ แล้วปิดหน้าจอ
  2. เขียนสิ่งที่ได้ด้วยคำของตนเองจากความจำ โดยใช้โครงประโยคของตัวเอง
  3. เทียบกับต้นฉบับ แก้ให้ความหมายถูก และเปลี่ยนส่วนที่ยังซ้ำกันเกินไป
  4. ใส่อ้างอิงทันที

ตัวอย่างต้นฉบับ: “การออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสามวันต่อสัปดาห์ช่วยลดความเครียดของนักศึกษาในช่วงสอบ”

แบบที่ยังไม่พอ: “การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยสามวันต่อสัปดาห์ช่วยลดความเครียดของนิสิตนักศึกษาในช่วงสอบ” (เปลี่ยนแค่คำ)

แบบที่ดีกว่า: ผู้เขียนเสนอว่านักศึกษาที่หาเวลาออกกำลังกายสัปดาห์ละหลายวัน รู้สึกเครียดน้อยลงเมื่อใกล้สอบ (ธีระ ตัวอย่าง, 2564) ชื่อนี้เป็นเพียงตัวอย่างรูปแบบ

เครื่องมือ Paraphrase ภาษาไทย ช่วยให้เห็นแนวทางเรียบเรียงทางเลือกได้หลายโหมด เช่น ทางการหรือวิชาการ แต่ผลลัพธ์ต้องอ่านเทียบกับต้นฉบับเสมอ ตรวจว่าความหมายไม่เพี้ยน และยังต้องใส่อ้างอิงเหมือนเดิม เพราะการเรียบเรียงใหม่ไม่ได้ทำให้ความคิดกลายเป็นของคุณ ดูรายละเอียดใน วิธี Paraphrase ภาษาไทย

ขั้นที่ 4: อ้างอิงแบบ APA และปีพุทธศักราชตามที่พิมพ์

หลายคณะในไทยใช้ APA การอ้างอิงภาษาไทยมีข้อควรระวังหลายข้อ

  • ปี: เอกสารไทยพิมพ์ปี พ.ศ. ให้คัดตามที่ปรากฏบนหนังสือหรือบทความ ไม่ต้องแปลงเป็น ค.ศ. เอง หลายสถาบันให้คงปี พ.ศ. ไว้ แต่ให้ยึดคู่มือของคณะเป็นหลัก
  • ชื่อผู้แต่งไทย: ตัดคำนำหน้าและยศตามที่คู่มือกำหนด และเรียงตามชื่อ ไม่ใช่นามสกุล เพราะรายการภาษาไทยมักเรียงตามชื่อ ตรวจกับคู่มือของคณะ
  • แหล่งภาษาต่างประเทศ: จัดรายการเป็นชุดภาษาต่างประเทศแยกจากชุดภาษาไทยหรือรวมกันตามที่คู่มือระบุ

อ่านเพิ่มที่ การอ้างอิง APA สำหรับแหล่งภาษาไทย และใช้ สร้างบรรณานุกรม เพื่อจัดรูปแบบ APA 7 แต่ต้องตรวจผลเทียบกับคู่มือของสถาบันเสมอ เพราะรายละเอียดเล็ก ๆ ต่างกันได้

ขั้นที่ 5: ตรวจร่างก่อนส่ง

ใช้ ตรวจ Plagiarism กับร่างของคุณเป็นรอบสุดท้าย วิธีทำ

  1. วางข้อความทีละบท ไม่เกิน 6,000 ตัวอักษรต่อครั้ง และอย่างน้อย 30 คำ
  2. เลือกโหมดแหล่งข้อมูลเปิด หรือโหมดเพิ่มการค้นเว็บถ้าหน้าเครื่องมือแสดงโหมดนี้อยู่
  3. อ่านรายการแหล่งที่ค้น และช่วงข้อความที่ตรงกันทีละจุด
  4. แก้จุดที่ซ้ำ ด้วยอัญประกาศ อ้างอิง หรือเรียบเรียงใหม่

ข้อมูล ณ วันที่ 2026-11-01: เครื่องมือค้นจากแหล่งเปิด เช่น Wikipedia, Wikisource, Internet Archive, Europe PMC และ DOAJ โดยส่งเพียงไม่กี่วลีที่โดดเด่นออกจากเบราว์เซอร์ คะแนนคือสัดส่วนคำที่ตรงกับแหล่งที่ค้น ค่า 0% หมายถึงไม่พบข้อความซ้ำในแหล่งเหล่านั้นเท่านั้น

คะแนนความคล้ายพิสูจน์อะไรได้และไม่ได้: คะแนนสูงอาจเกิดจากอัญประกาศและอ้างอิงที่ถูกต้อง หรือชื่อเฉพาะและวลีมาตรฐาน คะแนนต่ำอาจเกิดจากการแปลมาจากภาษาอื่น หรือแหล่งที่เครื่องไม่ได้ค้น (เช่น ฐานวิทยานิพนธ์ในมหาวิทยาลัย) ดังนั้นคะแนนเป็นสัญญาณให้ไปอ่านต่อ ไม่ใช่หลักฐานว่าลอกหรือไม่ลอก และไม่ใช่ผลเดียวกับระบบที่คณะของคุณใช้

กับดักที่พบบ่อยในงานไทย

  • คัดจาก Pantip, บล็อก หรือ Wikipedia: เนื้อหาเหล่านี้มีผู้เขียนและที่มาเสมอ ต้องอ้างอิง และควรไปหาแหล่งต้นทางที่ Wikipedia อ้างไว้
  • คัดจากวิทยานิพนธ์เล่มก่อน: ไม่ว่าจะเป็นบทที่ 1 หรือกรอบแนวคิด การลอกสำนวนจากเล่มก่อนเป็นปัญหาที่พบบ่อย ให้ใช้เป็นแหล่งอ้างอิง ไม่ใช่แม่แบบคำพูด
  • แปลบทความอังกฤษแล้วไม่ให้เครดิต: ต้องอ้างอิงต้นฉบับ และบอกว่าเป็นการแปลของตนเอง เครื่องตรวจจับยากแต่ผู้อ่านจับได้เมื่อรู้แหล่งเดิม
  • ใช้รายงานเก่าของตนซ้ำ: ส่งงานเดียวกันหลายวิชา หรือนำบางส่วนจากโครงงานเก่ามาใส่วิทยานิพนธ์ ต้องแจ้งและอ้างอิงตามกฎของสถาบัน
  • อ้างจากแหล่งรองเหมือนอ่านต้นฉบับ: ถ้าไม่ได้อ่านต้นฉบับจริง ให้เขียนว่า “อ้างถึงใน” แล้วใส่แหล่งที่คุณอ่านจริง

เรื่อง AI ช่วยร่าง

หลายสถาบันกำลังปรับกติกาเรื่องการใช้เครื่องมือ AI ให้ถามอาจารย์หรือดูประกาศล่าสุดว่าอนุญาตแค่ไหนและต้องแจ้งอย่างไร อย่าส่งข้อความที่ AI ร่างให้ทั้งหมดโดยไม่อ่านตรวจ เพราะข้อมูลและอ้างอิงอาจผิด ส่วน ตรวจจับ AI ให้ค่าประมาณเท่านั้น ไม่ใช่หลักฐาน และไม่ควรใช้เป็นหลักฐานเดียวกล่าวหาผู้ใด

เช็กลิสต์ก่อนส่ง

  • โน้ตทุกข้อมีที่มา แยกคัดตรง สรุป และความเห็นตนเอง
  • ข้อความที่คัดตรงมี “ ” และเลขหน้า
  • ทุกส่วนที่เรียบเรียงใหม่มีอ้างอิง และไม่ใช่แค่เปลี่ยนคำ
  • อ้างอิงในเนื้อหากับรายการท้ายเล่มตรงกันครบ
  • ปี พ.ศ. ตรงตามที่พิมพ์ในเอกสาร และรูปแบบตรงตามคู่มือคณะ
  • งานแปลและงานเดิมของตนเองมีเครดิตหรือได้รับอนุญาต
  • ตรวจคำที่มักเขียนผิดด้วย ตรวจคำผิดภาษาไทย (เครื่องมือมีรายการคำที่อ้างอิงพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 แต่ยังไม่ครบทุกคำ) และค้นคำที่ไม่แน่ใจใน dictionary.orst.go.th เพื่อให้ชื่อเฉพาะและศัพท์วิชาการถูกต้อง
  • รัน ตรวจ Plagiarism และอ่านทุกช่วงที่ตรงกัน

หากไม่แน่ใจเรื่องการสะกดหรือรูปแบบ ค้นได้ที่ พจนานุกรมออนไลน์ของราชบัณฑิตยสภา และถามอาจารย์ที่ปรึกษาเมื่อกติกาของคณะไม่ชัดเจน เพราะเกณฑ์สุดท้ายคือเอกสารของสถาบันคุณ

ลองใช้เครื่องมือ

ตรวจ Plagiarism ตรวจการคัดลอกผลงาน
หาข้อความที่ซ้ำกับแหล่งสารานุกรมและแหล่งวิชาการแบบเปิด พร้อมรายการแหล่งที่ค้นทุกแหล่ง
เปิดเครื่องมือ
เครื่องมือ Paraphrase ภาษาไทย
เรียบเรียงประโยคใหม่ได้ 7 โหมด ได้แก่ ทั่วไป ทางการ กันเอง วิชาการ สร้างสรรค์ ย่อ และขยายความ
เปิดเครื่องมือ
สร้างบรรณานุกรม APA MLA Chicago
สร้างรายการอ้างอิงและการอ้างอิงในเนื้อหา รูปแบบ APA, MLA, Chicago, Harvard และ IEEE โดยอัตโนมัติ
เปิดเครื่องมือ
ตรวจจับ AI (AI Detector)
ประมาณว่าข้อความอาจเขียนโดย AI หรือไม่ ผลเป็นค่าประมาณทางสถิติ ไม่ใช่หลักฐานยืนยัน
เปิดเครื่องมือ
ตรวจคำผิดภาษาไทย
ตรวจคำสะกดผิดจากรายการคำ th_TH และคำที่เขียนไม่ตรงกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 พร้อมคำแนะนำ ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
เปิดเครื่องมือ

คำถามที่พบบ่อย

ควรใส่อ้างอิงเมื่อไหร่

ใส่ทุกครั้งที่ใช้ถ้อยคำ ข้อมูล ตัวเลข หรือความคิดเฉพาะของผู้อื่น ทั้งการคัดตรงและการเรียบเรียงใหม่ ความรู้ทั่วไปที่ใครก็รู้ไม่ต้องอ้างอิง แต่ถ้าสงสัยว่าเป็นความรู้ทั่วไปหรือไม่ ให้ใส่อ้างอิงไว้ก่อน

ปี พ.ศ. ในอ้างอิง APA ต้องแปลงเป็น ค.ศ. ไหม

โดยทั่วไปให้คงปีตามที่พิมพ์บนเอกสารไทย คือ พ.ศ. ไม่แปลงเอง แต่รายละเอียดต่างกันตามคู่มือของแต่ละคณะและวารสาร จึงควรเปิดคู่มือของสถาบันและทำให้สม่ำเสมอทั้งเล่ม

ใช้รายงานเก่าของตัวเองซ้ำได้หรือไม่

ขึ้นกับกติกาของสถาบันและรายวิชา หลายแห่งถือว่าต้องขออนุญาตหรืออ้างอิงงานเดิมของตนเอง การส่งงานเดียวกันหลายวิชาโดยไม่แจ้งอาจเป็นการใช้ซ้ำที่ไม่เหมาะสม ควรถามอาจารย์ผู้สอนก่อนนำมาใช้

คะแนนความคล้ายต่ำแล้วปลอดภัยหรือไม่

ไม่แน่เสมอไป คะแนนต่ำแปลว่าไม่พบข้อความซ้ำในแหล่งที่เครื่องค้น ไม่ได้รับประกันว่าอ้างอิงครบ หรือไม่ได้แปลมาจากภาษาอื่น ใช้เป็นสัญญาณประกอบกับการอ่านตรวจเองและเกณฑ์ของสถาบัน

คู่มือทั้งหมด