เชิงอรรถ (Footnote) กับ Endnote ต่างกันอย่างไร และใช้เมื่อไรในงานวิชาการไทย
เชิงอรรถ (Footnote) คือหมายเหตุที่พิมพ์ไว้ท้ายหน้าเดียวกับข้อความที่อ้างถึง ส่วนเชิงอรรถท้ายบทหรือท้ายเล่ม (Endnote) รวมหมายเหตุไว้ท้ายบทหรือท้ายเอกสาร ทั้งสองใช้ใส่แหล่งอ้างอิงหรือคำอธิบายเพิ่มเติม ส่วนจะใช้เชิงอรรถหรือการอ้างอิงแบบ APA ในเนื้อหา ให้ดูที่คู่มือของสถาบันและสาขาวิชา
คำตอบสั้น ๆ: ต่างกันที่ตำแหน่ง ไม่ใช่หน้าที่
เชิงอรรถและเชิงอรรถท้ายบทหรือท้ายเล่ม (endnote) ทำหน้าที่เหมือนกัน คือบอกแหล่งที่มาของข้อความ หรืออธิบายเรื่องที่ไม่อยากให้ขัดจังหวะเนื้อหาหลัก ความแตกต่างอยู่ที่ตำแหน่งที่หมายเหตุไปปรากฏ
| เชิงอรรถ (footnote) | เชิงอรรถท้ายบท / ท้ายเล่ม (endnote) | |
|---|---|---|
| ตำแหน่ง | ท้ายหน้าเดียวกับเลขอ้างอิง | ท้ายบท ท้ายส่วน หรือท้ายเอกสารทั้งฉบับ |
| ผู้อ่านเห็นเมื่อ | อ่านหน้านั้นอยู่ ไม่ต้องพลิกหน้า | พลิกไปท้ายบทหรือท้ายเล่ม |
| เหมาะกับ | งานที่ผู้อ่านตรวจแหล่งอ้างอิงบ่อย เช่น งานกฎหมายและประวัติศาสตร์ | หนังสือหรือบทความที่ต้องการให้หน้ากระดาษดูโล่ง |
| เลขลำดับ | เริ่มใหม่ทุกบทหรือเรียงต่อกันตามที่คู่มือกำหนด | เหมือนกัน |
ศัพท์ในภาษาไทยไม่ได้ตรึงตัวเท่าภาษาอังกฤษ บางคู่มือเรียกเชิงอรรถท้ายบทว่า "หมายเหตุท้ายบท" หรือ "อรรถาธิบายท้ายเล่ม" ให้ใช้ชื่อตามที่คู่มือของสถาบันที่คุณส่งงานเรียก เพราะกรรมการตรวจรูปเล่มจะดูตามคู่มือฉบับนั้น
เชิงอรรถมี 2 ชนิด: เชิงอรรถอ้างอิง และเชิงอรรถอธิบาย
- เชิงอรรถอ้างอิง บอกว่าข้อความหรือข้อมูลมาจากที่ใด เช่น ชื่อผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปี และเลขหน้า
- เชิงอรรถอธิบาย ให้ข้อมูลเสริมที่ไม่จำเป็นต่อประเด็นหลัก เช่น ขยายความศัพท์ ชี้ให้ดูบทอื่น หรือกล่าวถึงข้อโต้แย้งเล็ก ๆ ที่ไม่ควรแทรกไว้กลางย่อหน้า
หลักปฏิบัติที่ใช้ได้เกือบทุกคู่มือคือ ถ้าหมายเหตุยาวเกินสองสามประโยค แปลว่าเนื้อหานั้นควรอยู่ในเนื้อเรื่องหรือภาคผนวก ไม่ควรยัดไว้ท้ายหน้า
เมื่อไรใช้เชิงอรรถ เมื่อไรใช้ APA ในเนื้อหา
งานวิชาการไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันใช้ระบบ นาม-ปี อย่าง APA ซึ่งใส่ผู้แต่งและปีในวงเล็บกลางเนื้อหา แล้วรวมรายการเต็มไว้ในบรรณานุกรมท้ายเล่ม บัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งในไทย เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์ที่อิง APA เป็นหลัก (เราบันทึกไว้เมื่อ 2026-11-01 โดยไม่ได้ตรวจเนื้อหาคู่มือทุกฉบับ จึงควรเปิดคู่มือรุ่นล่าสุดของสถาบันคุณเอง) แต่สถาบันและคณะเลือกกันเอง จึงไม่มีกฎกลางที่ใช้ทั่วประเทศ
โดยทั่วไป สาขาที่มักใช้เชิงอรรถเป็นระบบอ้างอิงหลัก คือ:
- นิติศาสตร์ ที่ต้องอ้างมาตรา คำพิพากษา และตำราหลายเล่มในประโยคเดียว
- ประวัติศาสตร์และมนุษยศาสตร์บางสาขา ที่อ้างเอกสารจดหมายเหตุและต้นฉบับหลายชนิด ซึ่งมักใช้รูปแบบอิง Chicago
- งานที่คู่มือของคณะระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าให้ใช้เชิงอรรถ
ขณะที่ในระบบ APA เชิงอรรถไม่ได้ถูกใช้ใส่แหล่งอ้างอิง แต่ยังมีไว้ใส่เชิงอรรถอธิบายสั้น ๆ ได้ หากคู่มือเล่มนั้นอนุญาต ดังนั้นก่อนเริ่มเขียน ให้เปิดคู่มือการพิมพ์วิทยานิพนธ์ของสถาบันก่อนเสมอ แล้วถามอาจารย์ที่ปรึกษาหากคู่มือไม่ชัดเจน
ตัวอย่างเชิงอรรถอ้างอิงแบบไทย
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นข้อมูลสมมติเพื่อแสดงรูปแบบ ไม่ใช่หนังสือจริง รูปแบบแบบเชิงอรรถที่ใช้กันในงานไทย ชื่อผู้แต่งไทยเขียนชื่อต้นก่อนนามสกุล โดยไม่ใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่น
เนื้อหา: ผู้ว่าจ้างจำนวนมากยังคาดหวังให้ลูกจ้างตอบอีเมลภายในวันทำการเดียวกัน¹
เชิงอรรถ (ท้ายหน้า):
¹ สมชาย ใจดี, การสื่อสารในที่ทำงาน (กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ตัวอย่าง, 2565), 45.
เทียบกับการอ้างแบบ APA ในเนื้อหาของประโยคเดียวกัน:
ผู้ว่าจ้างจำนวนมากยังคาดหวังให้ลูกจ้างตอบอีเมลภายในวันทำการเดียวกัน (สมชาย ใจดี, 2565, น. 45)
สังเกตสามอย่าง
- ในเชิงอรรถ ลำดับข้อมูลคือผู้แต่ง ชื่อเรื่อง สถานที่พิมพ์ สำนักพิมพ์ ปี หน้า ส่วนรายการในบรรณานุกรมจะเรียงตามนามสกุลและมีรูปแบบต่างออกไป
- ปีพิมพ์ของหนังสือไทยมักเป็น พ.ศ. คู่มือบางแห่งให้คงเป็น พ.ศ. บางแห่งให้แปลงเป็น ค.ศ. ให้ใช้แบบเดียวกันตลอดเล่ม
- ใน APA ตัวย่อเลขหน้าภาษาไทยคือ "น." ส่วน "pp." และ "et al." มักถูกแทนด้วยคำไทยตามที่คู่มือกำหนด
คำอ้างอิงซ้ำ: เรื่องเดียวกัน อ้างแล้ว และชื่อย่อ
เมื่ออ้างแหล่งเดียวกันซ้ำ งานไทยรุ่นก่อนใช้คำเฉพาะแทนการเขียนรายการเต็มอีกครั้ง คำที่พบในคู่มือเชิงอรรถของไทยมักเป็นดังนี้
| คำไทย | เทียบกับคำละติน | ความหมายตามที่คู่มือเหล่านั้นใช้ |
|---|---|---|
| เรื่องเดียวกัน | ibid. | แหล่งเดียวกับเชิงอรรถอันก่อนหน้า |
| อ้างแล้ว | op. cit. | แหล่งที่เคยอ้างเต็มไปแล้ว แต่มีเชิงอรรถอื่นคั่นอยู่ |
ข้อควรระวังคือ คำเหล่านี้ใช้ได้เฉพาะเมื่อคู่มือของสถาบันกำหนดไว้ และความหมายกับรูปแบบการเขียนอาจต่างกันเล็กน้อยในแต่ละคู่มือ ห้ามเดาเอง ข้อควรทราบเพิ่มเติมคือ คู่มือรูปแบบสากลรุ่นใหม่ เช่น Chicago ฉบับที่ 18 (2024) ลดการใช้คำละตินเหล่านี้และนิยมให้เขียนเชิงอรรถแบบชื่อย่อ คือผู้แต่ง ชื่อเรื่องแบบย่อ และหน้า แทน ซึ่งอ่านง่ายกว่าและไม่พังเมื่อมีการแทรกเชิงอรรถใหม่ระหว่างทาง
ถ้าไม่มีคู่มือบังคับ ให้ใช้เชิงอรรถแบบชื่อย่อ เช่น "ใจดี, การสื่อสารในที่ทำงาน, 47." จะปลอดภัยกว่าการใช้ "เรื่องเดียวกัน" เพราะผู้อ่านไม่ต้องนับย้อนขึ้นไปหลายเชิงอรรถ
วิธีแทรกเชิงอรรถและ Endnote ใน Word
ชื่อเมนูอาจต่างกันเล็กน้อยตามเวอร์ชันและภาษาของโปรแกรม ขั้นตอนทั่วไปมีดังนี้
- วางเคอร์เซอร์ท้ายคำหรือประโยคที่ต้องการอ้างถึง
- เปิดแท็บ การอ้างอิง (References)
- เลือก แทรกเชิงอรรถ (Insert Footnote) Word จะใส่เลขยกและพาเคอร์เซอร์ไปท้ายหน้าให้พิมพ์หมายเหตุ
- สำหรับ endnote ให้เลือก แทรกอ้างอิงท้ายเรื่อง (Insert Endnote) หมายเหตุจะไปรวมที่ท้ายเอกสาร
- ถ้าต้องการเปลี่ยนรูปแบบเลขหรือตำแหน่ง ให้เปิดกล่องโต้ตอบของกลุ่ม "เชิงอรรถ" แล้วเลือกรูปแบบเลข ตั้งให้เริ่มใหม่ทุกบทหรือเรียงต่อกัน และสั่งแปลงเชิงอรรถทั้งหมดเป็น endnote ได้ในที่เดียว
ทางลัดบน Windows คือ Ctrl+Alt+F สำหรับเชิงอรรถ และ Ctrl+Alt+D สำหรับ endnote ใน Google Docs ใช้เมนู แทรก แล้วเลือก เชิงอรรถ ได้ แต่ Google Docs มีเฉพาะเชิงอรรถท้ายหน้า ไม่มีเชิงอรรถท้ายเล่มโดยตรง
สองข้อที่ทำให้งานพังบ่อย คือ พิมพ์เลขยกเองด้วยมือ ทำให้เลขเพี้ยนเมื่อแก้งาน และ ใช้ฟอนต์ในเชิงอรรถไม่ตรงกับเนื้อหา ควรปรับสไตล์ "ข้อความเชิงอรรถ" ใน Word ครั้งเดียวให้ตรงกับขนาดอักษรที่คู่มือกำหนด
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้เชิงอรรถอ้างอิงปนกับ APA ในเนื้อหาในงานเดียวกัน โดยที่คู่มือไม่ได้อนุญาต
- ใส่เลขเชิงอรรถก่อนเครื่องหมายวรรคตอน ทั้งที่คู่มือหลายเล่มให้ใส่หลังเครื่องหมาย ให้ตรวจกับคู่มือของคุณ
- เขียนเชิงอรรถอธิบายยาวเป็นย่อหน้า
- เปลี่ยนรูปแบบกลางเล่ม เช่น บางเชิงอรรถใช้ชื่อเรื่องเต็ม บางเชิงอรรถใช้ชื่อย่อ
- ใช้ "เรื่องเดียวกัน" ทั้งที่มีเชิงอรรถอื่นคั่นอยู่ ผู้อ่านจะตามแหล่งไม่ถูก
- ไม่ใส่เลขหน้าที่เจาะจงของข้อความที่อ้าง
เช็กลิสต์ก่อนส่งงาน
- คู่มือของสถาบันและคณะกำหนดระบบอ้างอิงแบบใด และรวมถึงเชิงอรรถหรือไม่
- ทุกเลขยกในเนื้อหามีเชิงอรรถตรงกัน และไม่มีเชิงอรรถที่ไม่มีเลขยก
- ปีพิมพ์ใช้ พ.ศ. หรือ ค.ศ. แบบเดียวกันทั้งเล่ม
- รูปแบบชื่อผู้แต่งไทยและต่างประเทศตรงกับคู่มือ
- ถ้าใช้คำอย่าง "เรื่องเดียวกัน" คู่มืออนุญาตและใช้ถูกตำแหน่งหรือไม่
- ตรวจคำสะกดและวรรคตอนในหมายเหตุด้วย ไม่ใช่เฉพาะเนื้อหาหลัก
ใช้เครื่องมือ AdeptWrite ช่วยจัดการอ้างอิง
- สร้างบรรณานุกรม APA MLA Chicago กรอกข้อมูลแหล่งที่มา แล้วได้รายการอ้างอิงและการอ้างอิงในเนื้อหาในรูปแบบ APA 7, MLA 9, Chicago, Harvard หรือ IEEE ทำงานในเบราว์เซอร์ แต่คำเชื่อมอย่าง et al. และ pp. ในเวอร์ชันภาษาไทยยังเป็นตัวย่อภาษาอังกฤษ ต้องแก้เป็นคำไทยตามคู่มือเองและตรวจกับคู่มือรูปแบบทุกครั้ง
- ตรวจคำผิดภาษาไทย จับคำที่มักเขียนผิดและข้อผิดพลาดการพิมพ์ตามรายการคำที่อ้างอิงพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 (ไม่ครบทุกคำ) ใช้ตรวจข้อความในเชิงอรรถที่พิมพ์ในกล่องแยกต่างหาก
- ตรวจไวยากรณ์และตรวจประโยค ช่วยดูประโยคและวรรคตอนในเชิงอรรถอธิบาย
- นับคำ นับตัวอักษร ใช้นับความยาวของเนื้อหาที่วางเข้ามา
เครื่องมือที่ประมวลผลข้อความรับได้ไม่เกิน 6,000 ตัวอักษรต่อครั้ง เครื่องมือช่วยจัดรูปแบบได้ แต่ไม่ได้ตัดสินว่าสถาบันของคุณกำหนดแบบใด
เรื่องที่เกี่ยวข้อง: ดูความต่างของรายการอ้างอิงท้ายเล่มที่ บรรณานุกรมกับรายการอ้างอิงต่างกันอย่างไร วิธีเขียนแหล่งข้อมูลไทยแบบ APA ที่ การอ้างอิง APA สำหรับแหล่งข้อมูลภาษาไทย และการแยกประเภทแหล่งที่ใช้อ้างที่ แหล่งข้อมูลปฐมภูมิกับทุติยภูมิ
ข้อควรจำ
เชิงอรรถหรือ endnote เป็นเพียงที่วางหมายเหตุ ตัวชี้ขาดคือคู่มือของสถาบันที่ตรวจงานคุณ เปิดคู่มือก่อน เลือกระบบเดียว แทรกด้วยฟังก์ชันของโปรแกรมแทนการพิมพ์เลขเอง และตรวจความสม่ำเสมอก่อนส่งเล่ม
ลองใช้เครื่องมือ
คำถามที่พบบ่อย
เชิงอรรถกับ Endnote ต่างกันอย่างไร
เชิงอรรถอยู่ท้ายหน้าเดียวกับข้อความที่อ้างถึง ส่วน Endnote หรือเชิงอรรถท้ายบทและท้ายเล่มรวมหมายเหตุไว้ท้ายบทหรือท้ายเอกสาร ทั้งสองบอกแหล่งอ้างอิงหรือให้คำอธิบายเพิ่มได้เหมือนกัน ให้เลือกตามคู่มือของสถาบันที่รับงานของคุณ
วิทยานิพนธ์ใช้เชิงอรรถหรือ APA
ขึ้นกับคู่มือของสถาบันและคณะ บัณฑิตวิทยาลัยหลายแห่งในไทยอิง APA ซึ่งอ้างผู้แต่งและปีในเนื้อหา ขณะที่บางสาขา เช่น นิติศาสตร์และประวัติศาสตร์ อาจกำหนดเชิงอรรถ หากคู่มือไม่ชัดเจนให้ถามอาจารย์ที่ปรึกษา
เรื่องเดียวกัน กับ อ้างแล้ว ใช้อย่างไร
ในคู่มือเชิงอรรถไทยบางฉบับ เรื่องเดียวกันใช้กับแหล่งเดียวกับเชิงอรรถก่อนหน้า ส่วนอ้างแล้วใช้เมื่อเคยอ้างเต็มไปแล้วแต่มีเชิงอรรถอื่นคั่น ใช้ได้เมื่อคู่มือของสถาบันกำหนดเท่านั้น และรูปแบบอาจต่างกันได้
แทรกเชิงอรรถใน Word ทำอย่างไร
วางเคอร์เซอร์ท้ายข้อความ เปิดแท็บการอ้างอิง แล้วเลือกแทรกเชิงอรรถ หรือกด Ctrl+Alt+F บน Windows สำหรับ endnote เลือกแทรกอ้างอิงท้ายเรื่อง หรือกด Ctrl+Alt+D ชื่อเมนูอาจต่างตามเวอร์ชันของโปรแกรม
คู่มือที่เกี่ยวข้อง
- บรรณานุกรมกับเอกสารอ้างอิง ต่างกันอย่างไร และงานของคุณต้องใช้อะไร — บรรณานุกรมคือรายการแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ผู้เขียนอ่านหรือใช้ประกอบงาน ส่วนเอกสารอ้างอิง (reference list) คือรายการเฉพาะแห…
- การอ้างอิง APA สำหรับแหล่งข้อมูลภาษาไทย: ชื่อผู้แต่ง ปี พ.ศ. และการเรียงรายการ — ประเทศไทยไม่มีมาตรฐานการอ้างอิงแห่งชาติเพียงฉบับเดียวที่ทุกสถาบันต้องใช้ บัณฑิตวิทยาลัยและคณะจำนวนมากกำหนด APA ฉบับดัดแป…
- แหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ ต่างกันอย่างไร พร้อมตัวอย่างที่นักศึกษาไทยพบจริง — ข้อมูลปฐมภูมิคือหลักฐานต้นทางที่ผู้เขียนเก็บเองหรือเกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้น เช่น ราชกิจจานุเบกษา บันทึกสัมภาษณ์ ผลสำรวจ ข…
- วิธีเลี่ยงการคัดลอกผลงานในรายงานและวิทยานิพนธ์ — วิธีเลี่ยงการคัดลอกผลงานที่ได้ผลที่สุดคือทำให้ที่มาของทุกถ้อยคำและทุกความคิดมองเห็นได้ จดแหล่งที่มาไว้ข้างทุกประโยคที่โน…