การเขียนเชิงวิชาการ

บรรณานุกรมกับเอกสารอ้างอิง ต่างกันอย่างไร และงานของคุณต้องใช้อะไร

ทีมบรรณาธิการ AdeptWriteอัปเดตเมื่อ 7 นาทีในการอ่าน

บรรณานุกรมคือรายการแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ผู้เขียนอ่านหรือใช้ประกอบงาน ส่วนเอกสารอ้างอิง (reference list) คือรายการเฉพาะแหล่งที่อ้างถึงในเนื้อหาจริง ระบบ APA ใช้อย่างหลัง แต่หลายสถาบันในไทยเรียกส่วนท้ายเล่มว่า "บรรณานุกรม" แม้จะใช้ APA ดังนั้นให้ยึดชื่อและรูปแบบตามคู่มือของสถาบันที่ส่งงาน

คำตอบสั้น ๆ: ต่างกันที่ "อ่าน" กับ "อ้าง"

บรรณานุกรม (bibliography) คือรายการของทุกแหล่งที่ผู้เขียนอ่าน ค้นคว้า หรือใช้เป็นพื้นฐานของงาน ไม่ว่าจะยกมาอ้างในเนื้อหาหรือไม่ก็ตาม ส่วน เอกสารอ้างอิง หรือ รายการอ้างอิง (reference list) คือรายการเฉพาะแหล่งที่ปรากฏเป็นการอ้างอิงในเนื้อหาของงานนั้น

บรรณานุกรมเอกสารอ้างอิง
ภาษาอังกฤษbibliographyreference list (APA)
มีอะไรบ้างทุกแหล่งที่อ่านและใช้ประกอบเฉพาะแหล่งที่อ้างในเนื้อหา
ถ้าอ่านแต่ไม่ได้อ้างใส่ได้ไม่ใส่
ถ้าอ้างในเนื้อหาใส่ต้องใส่ทุกรายการ
ความสัมพันธ์กับการอ้างในเนื้อหาไม่ต้องตรงกันทุกรายการต้องจับคู่กันทั้งสองทาง

ในทางปฏิบัติของไทย สองคำนี้ปะปนกันมาก สถาบันจำนวนหนึ่งใช้ชื่อหัวข้อว่า "บรรณานุกรม" กับรายการที่ทำตาม APA ซึ่งตามหลักแล้วคือเอกสารอ้างอิง อีกส่วนหนึ่งใช้ "เอกสารอ้างอิง" หรือ "รายการอ้างอิง" เหตุผลจึงไม่ควรตัดสินจากความรู้สึกว่าคำไหนถูก ให้เปิดคู่มือการจัดทำรายงานหรือวิทยานิพนธ์ของคณะ หรือคำแนะนำผู้เขียนของวารสาร แล้วใช้ชื่อหัวข้อและรูปแบบตามนั้น

ทำไมถึงสับสน

สาเหตุหลักมีสามข้อ

  1. ธรรมเนียมเดิมกับระบบสมัยใหม่ซ้อนกัน งานไทยรุ่นเก่าใช้เชิงอรรถคู่กับบรรณานุกรมท้ายเล่ม ซึ่งรวมทุกเล่มที่อ่าน เมื่อระบบนาม-ปีอย่าง APA เข้ามา หลายสถาบันคงชื่อหัวข้อเดิมไว้
  2. ชื่อภาษาอังกฤษหลายชื่อ APA เรียก reference list, MLA เรียก works cited, Chicago มีทั้ง bibliography และ reference list ขึ้นกับระบบที่เลือก ผู้เรียนที่ค้นตัวอย่างจากหลายแหล่งจึงเจอคำต่างกัน
  3. เครื่องมือจัดรูปแบบใช้ชื่อกลาง ๆ โปรแกรมจัดการอ้างอิงมักเรียกผลลัพธ์ว่า bibliography ทั้งที่ผู้ใช้เลือกรูปแบบ APA

เมื่อรู้ว่าสองอย่างนี้ต่างกันที่ขอบเขต จะตัดสินใจได้ง่าย: ถ้าคู่มือบอกให้ใส่ "เฉพาะที่อ้างถึง" ให้ทำเป็นเอกสารอ้างอิง ถ้าบอกให้ใส่ "ทุกเล่มที่ใช้ประกอบการศึกษา" ให้ทำเป็นบรรณานุกรม

งานของคุณควรใช้อะไร

ตารางนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่ข้อบังคับ ให้เทียบกับคู่มือของสถาบันเสมอ

สถานการณ์ส่วนท้ายเล่มที่มักใช้
รายงานหรือวิทยานิพนธ์ที่ใช้ APA ในเนื้อหาเอกสารอ้างอิง หรือบรรณานุกรมตามชื่อที่คู่มือกำหนด โดยมีเฉพาะแหล่งที่อ้างถึง
งานที่ใช้เชิงอรรถ (นิติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ บางสาขา)บรรณานุกรมท้ายเล่ม มักรวมแหล่งที่อ่านด้วย
บทความวารสารตามคำแนะนำผู้เขียนของวารสาร ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการเฉพาะแหล่งที่อ้างถึง
รายงานในรายวิชาถามผู้สอนหรือดูเอกสารประกอบวิชา หากไม่ระบุ ใช้แบบอ้างเฉพาะที่ใช้จริง
งานที่ผู้สอนขอ "บรรณานุกรมพร้อมคำอธิบาย"รายการที่มีหมายเหตุสั้น ๆ ใต้แต่ละแหล่ง ตามที่ผู้สอนกำหนด

ถ้ายังเลือกไม่ได้ ให้ถือหลักว่า "ทุกรายการท้ายเล่มต้องมีการอ้างในเนื้อหา และทุกการอ้างในเนื้อหาต้องมีรายการท้ายเล่ม" วิธีนี้ปลอดภัยกับระบบนาม-ปีเกือบทุกแบบ

ตัวอย่างรายการภาษาไทยตาม APA 7

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นข้อมูลสมมติเพื่อแสดงรูปแบบ ไม่ใช่หนังสือหรือบทความจริง รูปแบบของแต่ละสถาบันอาจต่างจากนี้เล็กน้อย

หนังสือ

สมชาย ใจดี. (2565). การสื่อสารในที่ทำงาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). สำนักพิมพ์ตัวอย่าง.

บทความวารสาร

สุดา รักเรียน. (2564). การใช้สื่อสังคมออนไลน์กับการเรียนของนักศึกษา. วารสารตัวอย่างการศึกษา, 12(2), 45–60.

วิทยานิพนธ์

มานะ ตั้งใจ. (2563). ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอ่านของนักเรียนมัธยมศึกษา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยตัวอย่าง].

เว็บไซต์ของหน่วยงาน

กระทรวงตัวอย่าง. (2566, 15 มีนาคม). รายงานประจำปี 2565. https://www.example.go.th/report

อ่านรายละเอียดเฉพาะของแหล่งภาษาไทย เช่น การแปลชื่อเรื่อง การเขียนเลขหน้า และตัวย่อ ได้ที่ คู่มือการอ้างอิง APA สำหรับแหล่งข้อมูลภาษาไทย

สิ่งที่ต้องสังเกตในรายการภาษาไทย

  • ลำดับชื่อผู้แต่ง ชื่อคนไทยเขียนชื่อต้นก่อนนามสกุล ไม่สลับนามสกุลขึ้นหน้าและไม่ใส่เครื่องหมายจุลภาคคั่น ต่างจากรายการภาษาอังกฤษที่เขียนนามสกุลก่อนแล้วตามด้วยอักษรย่อชื่อ เช่น Kahneman, D. คู่มือบางแห่งอาจกำหนดต่างออกไป จึงควรดูตัวอย่างในคู่มือเล่มจริง
  • ปีพิมพ์ หนังสือและบทความไทยส่วนใหญ่พิมพ์ปี พ.ศ. ลงในเล่ม ให้กรอกตามที่ปรากฏในแหล่งนั้น ไม่ต้องแปลงเอง และใช้ระบบเดียวกันตลอดทั้งรายการ ถ้าคู่มือสั่งให้แปลงเป็น ค.ศ. ให้แปลงทุกรายการและระบุให้ชัด การปนกันทำให้ผู้อ่านเข้าใจผิดว่าเป็นคนละช่วงเวลา
  • ชื่อเรื่อง ภาษาไทยไม่มีตัวพิมพ์ใหญ่เล็ก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เหมือนภาษาอังกฤษ ใช้ตัวเอนกับชื่อหนังสือหรือชื่อวารสาร ตามหลัก APA
  • สำนักพิมพ์ ใส่ชื่อสำนักพิมพ์ตามที่ปรากฏบนหน้าปกใน ถ้าผู้แต่งกับสำนักพิมพ์เป็นหน่วยงานเดียวกัน ให้ปฏิบัติตามคู่มือว่าจะซ้ำชื่อหรือไม่

การเรียงลำดับรายการภาษาไทย

รายการท้ายเล่มในระบบนาม-ปีเรียงตามตัวอักษรของรายการแรก การเรียงภาษาไทยใช้ลำดับอักษรไทย ก ถึง ฮ ตามแบบพจนานุกรม โดยมีหลักที่มักพลาด

  1. สระนำหน้าไม่นับ สระ เ แ โ ใ ไ ที่อยู่หน้าพยัญชนะ ไม่ถูกนับเป็นอักษรตัวแรก ให้เรียงตามพยัญชนะที่ตามมา เช่น "เกษม" เรียงในกลุ่มตัว ก
  2. ดูพยัญชนะก่อน แล้วค่อยดูสระและวรรณยุกต์ ตามหลักการเรียงคำของพจนานุกรมไทย ราชบัณฑิตยสถานมีหลักเกณฑ์เรื่องนี้ใน พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  3. เรียงตามชื่อต้น เมื่อชื่อคนไทยเขียนชื่อต้นก่อนนามสกุล คู่มือไทยจำนวนมากให้เรียงตามชื่อต้น แล้วตามด้วยนามสกุลเมื่อชื่อต้นซ้ำกัน ตรวจกับคู่มือของคุณ เพราะบางแห่งเรียงตามนามสกุล
  4. ภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ คู่มือส่วนใหญ่แยกกลุ่ม โดยมากเรียงรายการภาษาไทยก่อนแล้วตามด้วยรายการภาษาอังกฤษ แต่บางแห่งกลับกัน ให้ยึดคู่มือ

โปรแกรมประมวลผลคำบางตัวเรียงอักษรไทยได้ตามพจนานุกรม แต่ผลที่ได้ยังควรไล่ตรวจด้วยตา โดยเฉพาะรายการที่ขึ้นต้นด้วยสระนำหน้า

ตัวอย่างก่อนและหลังแก้

ก่อนแก้: รายการท้ายเล่มของรายงานที่ใช้ APA มีทั้งหนังสือที่ผู้เขียนอ่านแต่ไม่ได้อ้างในเนื้อหา มีรายการที่ปีเป็น พ.ศ. ปนกับ ค.ศ. และเรียงตามลำดับที่เจอ

1. Brown, A. (2019). Study habits. Example Press. 2. สุดา รักเรียน. (2564). การอ่านและการเรียน. สำนักพิมพ์ตัวอย่าง. 3. เกษม สุขสันต์. (2022). การจัดการเวลา. สำนักพิมพ์ตัวอย่าง.

ปัญหา: ใช้เลขลำดับทั้งที่ APA เรียงตามอักษร ปีของรายการที่ 3 เป็น ค.ศ. ทั้งที่แหล่งพิมพ์เป็น พ.ศ. และรายการที่ 1 อาจไม่ได้อ้างในเนื้อหา

หลังแก้: ตัดเลขลำดับ ตรวจว่าทุกรายการมีการอ้างในเนื้อหา ใช้ปีตามที่พิมพ์ในแหล่ง และเรียงภาษาไทยตามอักษรก่อนภาษาอังกฤษ

เกษม สุขสันต์. (2565). การจัดการเวลา. สำนักพิมพ์ตัวอย่าง.

สุดา รักเรียน. (2564). การอ่านและการเรียน. สำนักพิมพ์ตัวอย่าง.

Brown, A. (2019). Study habits. Example Press.

สังเกตว่า "เกษม" อยู่ก่อน "สุดา" เพราะสระ เ ไม่ถูกนับ จึงเรียงตามพยัญชนะ ก

เช็กลิสต์ก่อนส่งงาน

  • ชื่อหัวข้อท้ายเล่มตรงกับที่คู่มือหรือผู้สอนกำหนดหรือไม่
  • ทุกรายการท้ายเล่มมีการอ้างในเนื้อหา (ถ้าใช้เอกสารอ้างอิง)
  • ทุกการอ้างในเนื้อหามีรายการท้ายเล่ม
  • ชื่อผู้แต่งและปีในเนื้อหาตรงกับรายการท้ายเล่ม
  • ปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. ใช้ระบบเดียวกันทั้งเล่มหรือตามคู่มือ
  • เรียงตามอักษรแล้ว และจัดกลุ่มภาษาไทยกับภาษาอังกฤษตามคู่มือ
  • ย่อหน้าแขวนและช่วงบรรทัดตรงตามที่สถาบันกำหนด
  • URL และ DOI เปิดได้จริงในวันที่ตรวจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  1. ใส่แหล่งที่ไม่ได้อ้างลงในเอกสารอ้างอิง ทำให้ผู้ตรวจสงสัยว่าผู้เขียนเพิ่มรายการให้ดูมาก
  2. อ้างในเนื้อหาแต่ลืมใส่รายการท้ายเล่ม ผู้อ่านตามหาแหล่งไม่ได้
  3. สลับนามสกุลนำหน้าชื่อคนไทย โดยคัดรูปแบบภาษาอังกฤษมาใช้กับแหล่งภาษาไทย
  4. ปนปีสองระบบ พ.ศ. และ ค.ศ. ในรายการเดียวกัน
  5. เรียงตามที่เจอแทนตามอักษร หรือเรียงสระนำหน้าผิดตำแหน่ง
  6. คัดลอกรายการจากงานของผู้อื่นโดยไม่เคยเปิดอ่านแหล่งนั้น ซึ่งเสี่ยงให้ข้อมูลผิดและเข้าข่ายการอ้างที่ไม่ซื่อตรง

เรื่องการอ้างให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้ถูกมองว่าลอกงาน อ่านต่อที่ วิธีป้องกันการลอกเลียนผลงาน และการเลือกแหล่งที่น่าเชื่อถือที่ แหล่งข้อมูลปฐมภูมิกับทุติยภูมิ ส่วนการใช้เชิงอรรถแทนระบบนาม-ปี ดูที่ เชิงอรรถกับ Endnote

ใช้ AdeptWrite ช่วยจัดรายการ

สร้างบรรณานุกรม APA MLA Chicago ของ AdeptWrite จัดรูปแบบรายการจากข้อมูลที่คุณกรอกในฟอร์ม ได้ 5 รูปแบบคือ APA 7, MLA 9, Chicago, Harvard และ IEEE ทำงานในเบราว์เซอร์ ไม่มีโควตา AI

ข้อจำกัดที่ควรรู้ตามจริง ตารางคำเชื่อมของเครื่องมือมีเฉพาะภาษาอินโดนีเซียและอังกฤษ รายการภาษาไทยจึงอาจได้คำย่อภาษาอังกฤษ เช่น et al. และ pp. แทนคำไทย และเครื่องมือไม่รับประกันว่าลำดับชื่อหรือการเรียงอักษรไทยตรงกับคู่มือของสถาบันคุณ ให้ถือผลเป็นร่างแล้วเทียบกับคู่มือฉบับจริงทุกครั้ง

หลังจัดรายการแล้ว นำข้อความที่เขียนเองไปตรวจด้วย ตรวจคำผิดภาษาไทย ซึ่งเทียบกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 โดยไม่ได้ตรวจความถูกต้องของรูปแบบอ้างอิง และถ้าจะตรวจความซ้ำของเนื้อหา ใช้ ตรวจ Plagiarism เป็นเครื่องช่วยประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่หลักฐานตัดสินว่าลอกหรือไม่

ข้อควรจำ

เอกสารอ้างอิงคือสิ่งที่อ้าง บรรณานุกรมคือสิ่งที่อ่าน ส่วนชื่อหัวข้อที่ต้องใช้จริงขึ้นกับคู่มือของสถาบัน เมื่อเปิดคู่มือ ให้จดสามอย่างก่อนเริ่มจัดรายการ ได้แก่ ชื่อหัวข้อ ลำดับชื่อผู้แต่ง และระบบปีที่ใช้ แล้วรายการทั้งหมดจะสม่ำเสมอเอง

ลองใช้เครื่องมือ

สร้างบรรณานุกรม APA MLA Chicago
สร้างรายการอ้างอิงและการอ้างอิงในเนื้อหา รูปแบบ APA, MLA, Chicago, Harvard และ IEEE โดยอัตโนมัติ
เปิดเครื่องมือ
ตรวจคำผิดภาษาไทย
ตรวจคำสะกดผิดจากรายการคำ th_TH และคำที่เขียนไม่ตรงกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 พร้อมคำแนะนำ ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
เปิดเครื่องมือ
ตรวจ Plagiarism ตรวจการคัดลอกผลงาน
หาข้อความที่ซ้ำกับแหล่งสารานุกรมและแหล่งวิชาการแบบเปิด พร้อมรายการแหล่งที่ค้นทุกแหล่ง
เปิดเครื่องมือ

คำถามที่พบบ่อย

บรรณานุกรมกับเอกสารอ้างอิงต่างกันอย่างไร

บรรณานุกรมรวมทุกแหล่งที่ผู้เขียนอ่านหรือใช้ประกอบงาน ไม่ว่าจะอ้างในเนื้อหาหรือไม่ ส่วนเอกสารอ้างอิงมีเฉพาะแหล่งที่อ้างถึงในเนื้อหา หลายสถาบันไทยเรียกรายการแบบ APA ว่าบรรณานุกรม จึงควรยึดชื่อหัวข้อและรูปแบบตามคู่มือของสถาบัน

ถ้าใช้ APA ต้องเขียนว่าบรรณานุกรมหรือเอกสารอ้างอิง

APA เรียกส่วนนี้ว่า reference list ซึ่งตรงกับ "เอกสารอ้างอิง" หรือ "รายการอ้างอิง" แต่คู่มือของบางมหาวิทยาลัยและวารสารไทยกำหนดให้ใช้คำว่า "บรรณานุกรม" ให้ใช้ตามคู่มือฉบับที่ใช้ส่งงาน เพราะเป็นเกณฑ์ที่ผู้ตรวจใช้

รายการภาษาไทยเรียงตามชื่อหรือนามสกุล

ธรรมเนียมไทยจำนวนมากเรียงตามชื่อต้น แล้วตามด้วยนามสกุลเมื่อชื่อต้นซ้ำกัน และไม่นับสระนำหน้า เ แ โ ใ ไ แต่บางสถาบันเรียงตามนามสกุล จึงต้องดูตัวอย่างในคู่มือของสถาบันที่คุณส่งงาน

ปีในรายการภาษาไทยใช้ พ.ศ. หรือ ค.ศ.

โดยทั่วไปกรอกตามปีที่พิมพ์ในแหล่งนั้น แหล่งไทยจึงมักเป็น พ.ศ. และแหล่งต่างประเทศเป็น ค.ศ. แต่คู่มือบางแห่งให้ใช้ระบบเดียวทั้งเล่ม ถ้าต้องแปลง ให้แปลงทุกรายการให้สม่ำเสมอ และอย่าปนสองระบบในรายการเดียวกัน

คู่มือทั้งหมด