งานธุรกิจและอีเมล

คำนำหน้าชื่อและคำเรียกในงานเขียนภาษาไทย คุณ ท่าน ดร. พี่ น้อง ใช้อย่างไรให้เหมาะ

ทีมบรรณาธิการ AdeptWriteอัปเดตเมื่อ 8 นาทีในการอ่าน

ในงานเขียนภาษาไทย ใช้ คุณ นำหน้าชื่อต้นเมื่อไม่แน่ใจ ใช้ นาย นาง นางสาว ในเอกสารที่ต้องระบุชื่อเต็ม ใช้ตำแหน่งวิชาการ ยศ หรือคำว่า ท่าน เมื่อผู้รับมีฐานะที่ควรให้เกียรติ และใช้ พี่ น้อง เฉพาะในทีมที่เรียกกันอยู่แล้ว คำขึ้นต้นมาตรฐานคือ เรียน ตามด้วยคำนำหน้าและชื่อ

คำตอบสั้น ๆ: เลือกคำเรียกอย่างไรดี

คำเรียกในภาษาไทยมีหลายชั้น ทั้งคำนำหน้านาม ตำแหน่งทางวิชาการ ยศ และคำเรียกญาติ การเลือกให้ถูกมีหลักง่าย ๆ ห้าข้อ

  1. ไม่แน่ใจ ให้ใช้ "คุณ" ตามด้วยชื่อต้น เช่น เรียน คุณสมชาย ใช้ได้กับคนส่วนใหญ่ในงานธุรกิจ
  2. ถ้าผู้รับมีตำแหน่งวิชาการหรือยศ ให้ใช้ตำแหน่งหรือยศนั้นแทน คุณ เช่น เรียน ผศ.ดร.สมหญิง ไม่ใช่ เรียน คุณ ผศ.ดร.สมหญิง
  3. ใช้ชื่อต้น ไม่ใช่นามสกุล คนไทยเรียกกันด้วยชื่อต้น จึงเขียน คุณสมชาย ไม่เขียน คุณใจดี
  4. ใช้ พี่ และ น้อง เมื่อมีความสัมพันธ์แบบนั้นอยู่แล้ว ในทีมเดียวกันที่เรียกกันอย่างนี้ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช้กับลูกค้าหรือผู้ติดต่อภายนอกครั้งแรก
  5. ไม่ทราบชื่อผู้รับ ให้เรียนตามตำแหน่งหรือหน่วยงาน เช่น เรียน ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ส่วนที่เหลือของบทความอธิบายรายละเอียด พร้อมตารางคำขึ้นต้นสำหรับคู่ผู้ส่งและผู้รับที่พบบ่อย ตัวอย่างอีเมลที่ใช้ในบทความเป็นตัวอย่างสมมุติทั้งหมด

นาย นาง นางสาว ใช้เมื่อไร

คำนำหน้านามสามคำนี้ใช้กับชื่อเต็มในเอกสารที่ต้องระบุตัวบุคคลชัดเจน เช่น หนังสือราชการ สัญญา ใบสมัครงาน ทะเบียนนักศึกษา และเอกสารทางกฎหมาย

คำใช้กับหมายเหตุ
นายผู้ชายใช้ในเอกสารที่ระบุชื่อเต็ม
นางผู้หญิงที่เลือกใช้คำนี้โดยทั่วไปใช้กับผู้หญิงที่สมรสแล้ว
นางสาวผู้หญิงที่เลือกใช้คำนี้ผู้หญิงที่สมรสแล้วอาจเลือกใช้ นางสาว ต่อไปได้

เรื่องที่ควรรู้คือ พระราชบัญญัติคำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 เปิดโอกาสให้หญิงที่สมรสแล้วเลือกใช้ นางสาว หรือ นาง ได้ตามความสมัครใจ ดังนั้นไม่ควรเดาคำนำหน้าจากสถานภาพสมรส ถ้าไม่ทราบว่าผู้รับใช้คำใด ให้ใช้ คุณ ซึ่งปลอดภัยที่สุดและไม่ต้องระบุเพศหรือสถานภาพ

ในอีเมลและจดหมายทั่วไป ไม่จำเป็นต้องใช้ นาย นาง นางสาว ในคำขึ้นต้น เขียนว่า เรียน คุณสมชาย ก็เพียงพอ ส่วนในลายเซ็นของผู้เขียนหรือบรรทัดชื่อผู้ลงนามในเอกสารทางการ จึงใช้ นาย นาง หรือ นางสาว ตามที่ผู้เขียนเลือกเอง

คุณ ใช้อย่างไรให้ถูก

คุณ เป็นคำนำหน้าที่เป็นกลางที่สุดในภาษาไทย ใช้ได้กับทุกเพศ ทุกวัย และทุกสถานภาพ ข้อควรจำมีสามข้อ

  • ตามด้วยชื่อต้น: คุณสมชาย คุณมะลิ คุณวรรณา ถ้าต้องการให้ชัดเจนขึ้นอาจเขียนชื่อเต็ม เช่น คุณสมชาย ใจดี ในเอกสารที่ผู้รับยังไม่คุ้นกัน
  • ไม่ซ้อนกับตำแหน่งวิชาการหรือยศ: ผู้ที่มี ดร. หรือ ผศ. อยู่แล้ว ไม่ต้องเติม คุณ ข้างหน้า
  • ไม่ใช้กับตัวเอง: ไม่เขียนว่า คุณสมชายขอแจ้งว่า เมื่อพูดถึงตนเอง ใช้ ผม ดิฉัน หรือชื่อบริษัท

ข้อผิดที่พบบ่อยคือใช้ นามสกุล หลัง คุณ เช่น คุณใจดี ซึ่งในวัฒนธรรมไทยจะฟังเหมือนเรียกผิดคน ยกเว้นในบริบทแปลจากภาษาตะวันตก หรือเมื่อทราบว่าผู้รับชอบให้เรียกอย่างนั้น

ท่าน ใช้เมื่อไร

ท่าน เป็นคำที่แสดงความเคารพสูงกว่า คุณ ใช้ได้สองแบบ

  1. ใช้เป็นคำนำหน้าตำแหน่ง เช่น ท่านผู้อำนวยการ ท่านอธิการบดี ท่านนายกเทศมนตรี เหมาะกับการเขียนถึงผู้บริหารหรือผู้มีตำแหน่งสูงในองค์กร
  2. ใช้เป็นสรรพนามบุรุษที่สองหรือสาม เช่น ขอเรียนเชิญท่านเข้าร่วมงาน หรือ ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำ

ข้อควรระวังคือใช้ ท่าน เท่าที่จำเป็น ถ้าทุกประโยคมี ท่าน อีเมลจะดูแข็งและเกินพอดี ให้ใช้ ท่าน ในคำขึ้นต้นและจุดสำคัญ แล้วที่เหลือใช้ตามปกติหรือเลี่ยงสรรพนามโดยเรียกซ้ำตามตำแหน่ง เช่น ขอเรียนเสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณา

หนังสือราชการมีระเบียบการใช้คำขึ้นต้น คำลงท้าย และสรรพนามของตนเอง ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ หากเขียนถึงหน่วยงานรัฐ ควรตรวจฉบับล่าสุดและแบบฟอร์มของหน่วยงานนั้น ส่วนการเขียนถึงพระสงฆ์และพระบรมวงศานุวงศ์ใช้ราชาศัพท์และคำเฉพาะที่อยู่นอกขอบเขตของบทความนี้

ตำแหน่งวิชาการและคำนำหน้าวิชาชีพ

ในสถาบันการศึกษา ตำแหน่งทางวิชาการและวุฒิการศึกษาเป็นส่วนสำคัญของการเรียกชื่อ เขียนคำย่อติดกับชื่อโดยไม่เว้นวรรค

ตำแหน่งหรือคำนำหน้าคำเต็มตัวอย่าง
ดร.ดอกเตอร์ (ผู้สำเร็จปริญญาเอก)ดร.สมพร ใจดี
ผศ.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ผศ.สมหญิง รักเรียน
รศ.รองศาสตราจารย์รศ.วิชัย มั่นคง
ศ.ศาสตราจารย์ศ.วรรณา เจริญสุข
ผศ.ดร.ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ผศ.ดร.สมหญิง รักเรียน
รศ.ดร.รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์รศ.ดร.วิชัย มั่นคง
ศ.ดร.ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ศ.ดร.วรรณา เจริญสุข
นพ. / พญ.นายแพทย์ / แพทย์หญิงนพ.ประเสริฐ ใจกว้าง
ภก. / ภญ.เภสัชกร (ชาย) / เภสัชกร (หญิง)ภญ.มาลี สุขใจ
ทพ. / ทพญ.ทันตแพทย์ (ชาย) / ทันตแพทย์ (หญิง)ทพ.ธนา เก่งกล้า

หลักปฏิบัติมีดังนี้

  • ตำแหน่งสูงสุดมาก่อน และไม่ต้องใส่ คุณ ซ้ำ เช่น ศ.ดร.วรรณา ไม่ใช่ ศ. และ ดร. แยกกันสองที่
  • ผู้ที่เป็น ผศ. รศ. หรือ ศ. และมี ดร. ด้วย เขียนเป็น ผศ.ดร. รศ.ดร. หรือ ศ.ดร. ติดกัน
  • อาจารย์ เป็นคำเรียกผู้สอน ไม่ใช่ตำแหน่งวิชาการโดยตรง จึงเขียน อาจารย์สมพร หรือ อาจารย์ ดร.สมพร ได้ทั้งคู่ ในอีเมลถึงอาจารย์ที่ปรึกษา นักศึกษาส่วนใหญ่ใช้ เรียน อาจารย์ ดร.สมพร หรือ เรียน ผศ.ดร.สมพร ตามที่อาจารย์ใช้ในลายเซ็นของตนเอง
  • ดูลายเซ็นของผู้รับก่อน ถ้าผู้รับระบุว่าตนเป็น รศ.ดร. ให้ใช้ตามนั้น เพราะเป็นข้อมูลที่เจ้าตัวเลือกแสดงเอง

ตัวอย่างอีเมลของนักศึกษาที่ส่งถึงอาจารย์ที่ปรึกษา

เรียน ผศ.ดร.สมหญิง รักเรียน

ดิฉัน นางสาวกมลชนก ใจเย็น นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะอักษรศาสตร์ ขออนุญาตส่งร่างบทที่ 2 มาให้พิจารณาค่ะ

ขอแสดงความนับถือ

ตัวอย่างนี้ตั้งใจให้ใช้ชื่อสมมุติ ไม่ได้อ้างถึงบุคคลจริง

ยศทหารและตำรวจ เขียนอย่างไรไม่ให้ผิด

ยศใช้เป็นคำนำหน้าชื่อแทน คุณ และมักเขียนเป็นคำย่อที่ราชบัณฑิตยสภากำหนดรูปไว้ ข้อสำคัญคือ เขียนยศให้ครบและตรงกับเหล่า เพราะยศทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ มีคำเต็มและคำย่อต่างกัน

ยศคำย่อตัวอย่าง
พลเอก (ทหารบก)พล.อ.พล.อ.สมศักดิ์ รักชาติ
พลโทพล.ท.พล.ท.วีระ กล้าหาญ
พลตรีพล.ต.พล.ต.อนันต์ มั่นคง
พันเอกพ.อ.พ.อ.ธนากร สุขใจ
ร้อยเอกร.อ.ร.อ.ปกรณ์ ใจดี
พลตำรวจเอกพล.ต.อ.พล.ต.อ.ชาญ รักษา
พันตำรวจเอกพ.ต.อ.พ.ต.อ.สุรชัย พิทักษ์
ร้อยตำรวจเอกร.ต.อ.ร.ต.อ.ประยุทธ ซื่อตรง

ข้อสังเกตเพิ่มเติม

  • ยศตำรวจมีคำว่า ตำรวจ ต่อท้ายระดับ ทำให้ตัวย่อต่างจากยศทหาร เช่น พ.อ. (พันเอก) ต่างจาก พ.ต.อ. (พันตำรวจเอก) การสลับกันเป็นข้อผิดที่ผู้รับสังเกตได้ทันที
  • ข้าราชการหญิงมักเติมคำว่า หญิง ต่อท้ายยศ เช่น พ.ต.อ.หญิง
  • ผู้ที่มียศและตำแหน่งวิชาการพร้อมกัน มักเขียนยศนำ แล้วตามด้วย ดร. หรือตำแหน่งวิชาการ แต่ควรดูรูปแบบที่เจ้าตัวใช้ในลายเซ็นหรือนามบัตร
  • ในจดหมายทางการ อาจเรียนตามตำแหน่ง เช่น เรียน ผู้บัญชาการ... แล้วระบุชื่อและยศในย่อหน้าแรก

ก่อนส่งเอกสารที่ต้องระบุยศ ควรตรวจรายชื่อยศและคำย่อจากหน่วยงานต้นสังกัดหรือประกาศของราชบัณฑิตยสภา เพราะเป็นรายละเอียดที่เปลี่ยนความหมายได้ถ้าพิมพ์ผิดเพียงตัวอักษรเดียว

พี่ น้อง ป้า ลุง และคำเรียกญาติในที่ทำงาน

คนไทยใช้คำเรียกญาติกับคนที่ไม่ใช่ญาติ เพื่อแสดงทั้งความสุภาพและความใกล้ชิด การเขียนจึงต้องพิจารณาว่าความสัมพันธ์จริงเป็นอย่างไร

  • พี่ ใช้เรียนผู้ที่อาวุโสกว่า เช่น เรียน พี่สมชาย ในทีมที่เรียกกันว่าพี่ ถ้าเป็นอีเมลที่ส่งต่อหรือมีผู้บริหารอ่านด้วย คำว่า คุณ ปลอดภัยกว่า
  • น้อง ใช้เรียนผู้ที่อ่อนอาวุโสกว่า เช่น ถึง น้องมะลิ ใช้ในหัวหน้าที่เขียนถึงลูกทีมแบบเป็นกันเอง แต่ในอีเมลทางการหรือเรื่องสำคัญ เช่น แจ้งผลประเมิน ควรเปลี่ยนเป็น คุณมะลิ
  • ป้า ลุง น้า อา ใช้พูดมากกว่าเขียน ในงานเขียนทางการแทบไม่ปรากฏ
  • กับลูกค้าและคนนอกองค์กร ใช้ คุณ เสมอ ไม่ใช้ พี่ หรือ น้อง นอกจากลูกค้านั้นขอให้เรียนเช่นนั้น เช่น ร้านค้าออนไลน์ที่ลูกค้าเรียกแอดมินว่า น้อง

การเรียกตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งของระดับภาษา

บริบทผู้ชายผู้หญิง
ทางการผมดิฉัน
งานประจำวันผมดิฉัน หรือ ฉัน
ถึงผู้ใหญ่ที่สนิทผมหนู (เมื่อเป็นเด็กกว่ามาก)
ถึงรุ่นน้องพี่พี่

คำว่า หนู เหมาะกับการพูดหรือแชตถึงผู้ใหญ่ที่สนิทมาก ในอีเมลทางการถึงอาจารย์หรือผู้บริหารควรใช้ ผม หรือ ดิฉัน

ตารางคำขึ้นต้นตามผู้ส่งและผู้รับ

คำขึ้นต้นมาตรฐานในอีเมลและจดหมายภาษาไทยคือ เรียน ตามด้วยผู้รับ คำว่า เรียน ใช้เมื่อผู้รับมีฐานะเท่ากับหรือสูงกว่าผู้เขียน และใช้ได้กับงานส่วนใหญ่ ส่วนผู้รับที่อ่อนกว่ามาก เช่น รุ่นน้อง มักใช้ ถึง หรือขึ้นต้นด้วยชื่อ

ผู้ส่งผู้รับคำขึ้นต้นที่แนะนำ
นักศึกษาอาจารย์ที่มี ดร.เรียน อาจารย์ ดร.สมพร
นักศึกษาผศ.ดร. รศ.ดร. หรือ ศ.ดร.เรียน ผศ.ดร.สมหญิง
ผู้สมัครงานฝ่ายบุคคล ไม่ทราบชื่อเรียน ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
พนักงานหัวหน้าที่เรียกว่าพี่เรียน พี่สมชาย
พนักงานผู้บริหารระดับสูงเรียน ท่านผู้อำนวยการ
เจ้าหน้าที่ขายลูกค้าองค์กรเรียน คุณวรรณา
ลูกค้าร้านค้าหรือบริษัทเรียน ทีมงานฝ่ายบริการลูกค้า
หัวหน้าลูกทีมถึง น้องมะลิ หรือ เรียน คุณมะลิ
บุคคลทั่วไปหน่วยงานรัฐ ไม่ทราบชื่อเรียน ผู้อำนวยการสำนักงาน หรือ เรียน ผู้เกี่ยวข้อง
บุคคลทั่วไปผู้มียศตำรวจหรือทหารเรียน พ.ต.อ.สุรชัย หรือเรียนตามตำแหน่ง

เมื่อไม่ทราบชื่อหรือคำนำหน้าของผู้รับ

สถานการณ์นี้พบบ่อยในการสมัครงานและการส่งคำร้อง ทางเลือกเรียงตามความเหมาะสม

  1. หาชื่อก่อน ดูเว็บไซต์ ประกาศรับสมัคร หรือโทรสอบถามฝ่ายบุคคล การเรียนชื่อจริงดีกว่าการเรียนตามตำแหน่ง
  2. เรียนตามตำแหน่ง เช่น เรียน ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล เรียน คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ ถ้ารู้ตำแหน่งแต่ไม่รู้ชื่อ
  3. เรียนตามหน่วยงาน เช่น เรียน ฝ่ายรับสมัครนักศึกษา เมื่อไม่ทราบทั้งชื่อและตำแหน่ง
  4. เรียน ผู้เกี่ยวข้อง เป็นทางเลือกสุดท้าย เพราะดูกว้างและเหมือนส่งแบบหว่านแหเกินไป

ไม่ควรเดา เพศ หรือคำนำหน้าจากชื่อ เพราะชื่อไทยหลายชื่อใช้ได้ทั้งสองเพศ ถ้าจำเป็นต้องระบุตัวบุคคลและไม่แน่ใจ ใช้ คุณ ตามด้วยชื่อเต็ม ซึ่งไม่ต้องเดาเรื่องเพศ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้ คุณ ซ้อนกับตำแหน่ง: คุณ ดร.สมพร ควรเขียนเป็น ดร.สมพร
  • ใช้นามสกุลแทนชื่อต้น: คุณใจดี ควรเป็น คุณสมชาย
  • เว้นวรรคกลางคำย่อ: ผศ. ดร. ควรเขียนเป็น ผศ.ดร. ติดกัน
  • สลับยศทหารกับยศตำรวจ: พ.อ. กับ พ.ต.อ. เป็นคนละยศ
  • เรียก พี่ กับคนที่ไม่ใช่เพื่อนร่วมทีม: ลูกค้าและผู้ติดต่อภายนอกควรได้ คุณ
  • ใช้คำนำหน้าผิดเพศ: เมื่อไม่แน่ใจ ใช้ คุณ
  • ผสมระดับภาษา: ขึ้นต้นด้วย กราบเรียน แต่ใช้ภาษาแชตในย่อหน้าถัดมา ทำให้อีเมลไม่สม่ำเสมอ
  • ใช้ ท่าน ทุกประโยค: ทำให้เนื้อหาแข็งและอ่านยาก

เช็กลิสต์ก่อนส่ง

  • ตรวจว่าชื่อสะกดตรงกับที่ผู้รับใช้เอง รวมถึงตำแหน่งและคำย่อ
  • ใช้ เรียน ตามด้วยตำแหน่งหรือ คุณ และชื่อต้น
  • ไม่ใส่ คุณ หน้าตำแหน่งวิชาการหรือยศ
  • เลือก ผม ดิฉัน หรือ ฉัน ให้ตรงระดับภาษาของอีเมลทั้งฉบับ
  • ตรวจ ครับ ค่ะ คะ ให้ตรงกับเพศผู้เขียนและชนิดประโยค ดูรายละเอียดได้ใน วิธีปิดท้ายอีเมลภาษาไทย
  • ตรวจคำสะกดและวรรคตอนอีกรอบด้วย ตรวจคำผิดภาษาไทย

ใช้เครื่องมือ AdeptWrite ช่วยอย่างไร

เครื่องมือช่วยได้ในส่วนของการเรียบเรียงและการตรวจ แต่ไม่ช่วยตัดสินใจเรื่องคำนำหน้าแทนคุณ

  • ปรับน้ำเสียงข้อความ มีโหมด ทางการ งานออฟฟิศ และกันเอง ช่วยปรับร่างข้อความที่ใช้ภาษาแชตให้เป็นภาษาอีเมลงาน แล้วคุณตรวจคำเรียกและคำนำหน้าอีกครั้งด้วยตัวเอง
  • เครื่องมือเขียนอีเมลและจดหมายช่วยร่างอีเมลตามสถานการณ์ เช่น หนังสือทางการ และการสมัครงาน ควรใส่ชื่อและตำแหน่งของผู้รับที่ถูกต้องในส่วนที่ต้องการ
  • ตรวจคำผิดภาษาไทย ตรวจคำสะกดเทียบกับรายการคำของพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 และตรวจ ค่ะ คะ ตามกฎที่ตั้งไว้ แต่ไม่ตัดสินว่าชื่อบุคคลหรือยศใดถูกต้อง ชื่อเฉพาะต้องตรวจเองกับผู้รับหรือหน่วยงาน

ถ้าต้องการเรียนรู้เรื่องโครงสร้างอีเมลทั้งฉบับ อ่านต่อที่ วิธีเขียนอีเมลทางการ และเรื่องจดหมายสมัครงานที่ วิธีเขียนจดหมายสมัครงาน

สรุป

เมื่อไม่แน่ใจ ให้ใช้ เรียน คุณ ตามด้วยชื่อต้น ใช้ตำแหน่งวิชาการหรือยศแทน คุณ เมื่อผู้รับมี ใช้ ท่าน กับผู้มีตำแหน่งสูงเท่าที่จำเป็น และใช้ พี่ น้อง เฉพาะในความสัมพันธ์ที่เรียกกันอยู่แล้ว ส่วนชื่อ ยศ และตำแหน่งต้องตรวจกับผู้รับหรือหน่วยงานเสมอ เพราะเป็นข้อมูลเฉพาะบุคคลที่ไม่มีเครื่องมือใดตัดสินแทนได้

ลองใช้เครื่องมือ

ปรับน้ำเสียงข้อความ
เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นทางการสำหรับจดหมาย สุภาพแบบงานออฟฟิศ หรือกันเองสำหรับแชต
เปิดเครื่องมือ
เขียนอีเมลและจดหมาย
อีเมลสมัครงาน จดหมายราชการหรือจดหมายทางการ และอีเมลติดตามผล
เปิดเครื่องมือ
ตรวจคำผิดภาษาไทย
ตรวจคำสะกดผิดจากรายการคำ th_TH และคำที่เขียนไม่ตรงกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 พร้อมคำแนะนำ ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
เปิดเครื่องมือ

คำถามที่พบบ่อย

เรียน คุณ หรือ เรียน นาย นางสาว ดี

ในอีเมลทั่วไปใช้ เรียน คุณ ตามด้วยชื่อต้นได้เลย เพราะเป็นกลางและไม่ต้องเดาเพศหรือสถานภาพสมรส ส่วน นาย นาง นางสาว เหมาะกับเอกสารที่ต้องระบุชื่อเต็ม เช่น สัญญา ใบสมัคร และหนังสือราชการ

ผู้รับเป็น ดร. ต้องเขียน คุณ ดร. ไหม

ไม่ต้อง ให้ใช้ ดร. แทน คุณ เช่น เรียน ดร.สมพร ถ้าผู้รับเป็นอาจารย์ ใช้ เรียน อาจารย์ ดร.สมพร ได้เช่นกัน ส่วนผู้ที่เป็น ผศ. รศ. หรือ ศ. พร้อม ดร. เขียนติดกัน เช่น ผศ.ดร.สมหญิง โดยไม่เว้นวรรค

ไม่ทราบชื่อผู้รับ ควรขึ้นต้นอีเมลว่าอะไร

ลองหาชื่อจริงก่อนจากเว็บไซต์หรือประกาศรับสมัคร ถ้าไม่พบ ให้เรียนตามตำแหน่ง เช่น เรียน ผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือเรียนตามหน่วยงาน ส่วน เรียน ผู้เกี่ยวข้อง ใช้เป็นทางเลือกสุดท้ายเท่านั้น

เรียก พี่ กับ น้อง ในอีเมลงานได้ไหม

ได้เมื่อเป็นทีมเดียวกันที่เรียกกันอย่างนั้นอยู่แล้ว เช่น เรียน พี่สมชาย แต่กับลูกค้า ผู้ติดต่อภายนอก หรืออีเมลที่มีผู้บริหารอ่านด้วย ควรใช้ คุณ เพื่อความเป็นทางการ และใช้ คุณ เสมอเมื่อแจ้งเรื่องสำคัญ เช่น ผลประเมิน

คู่มือทั้งหมด