งานธุรกิจและอีเมล

วิธีเขียนอีเมลธุรกิจภาษาไทย ให้สุภาพและตรงประเด็น พร้อมตัวอย่างสามฉบับ

ทีมบรรณาธิการ AdeptWriteอัปเดตเมื่อ 8 นาทีในการอ่าน

อีเมลธุรกิจภาษาไทยที่ดีมีหกส่วนเรียงตามลำดับ คือหัวเรื่องที่บอกเรื่อง คำขึ้นต้น ประโยคแรกที่บอกวัตถุประสงค์ เนื้อหาสั้น ๆ ข้อเสนอหรือสิ่งที่ขอให้ทำพร้อมกำหนดเวลา และคำลงท้ายพร้อมลายเซ็น เลือกระดับความสุภาพตามผู้รับ ใช้ ครับ ค่ะ คะ ให้สม่ำเสมอ และเลี่ยงประโยคยาวเกินไป

คำตอบสั้น ๆ: อีเมลธุรกิจภาษาไทยที่ดีหน้าตาเป็นอย่างไร

อีเมลธุรกิจที่ดีคืออีเมลที่ผู้รับเปิดอ่านแล้วรู้ภายในสองสามบรรทัดว่าใครเขียนมา เขียนเรื่องอะไร และต้องการให้ตนทำอะไรภายในเมื่อไร ภาษาไทยเพิ่มอีกหนึ่งเงื่อนไข คือต้องเลือกระดับความสุภาพให้เหมาะกับผู้รับ โดยไม่ทำให้ประโยคอ้อมค้อมจนหาใจความไม่เจอ

โครงสร้างที่ใช้ได้กับอีเมลงานเกือบทุกประเภทมีหกส่วน

  1. หัวเรื่อง บอกเรื่องและสิ่งที่ต้องทำ เช่น "ขอเลื่อนประชุมโครงการจากวันพุธเป็นวันพฤหัสบดี"
  2. คำขึ้นต้น เช่น เรียน คุณสมชาย หรือ เรียน อาจารย์ ดร.ปิยะ
  3. ประโยคแรก บอกวัตถุประสงค์ทันที ไม่ต้องเกริ่นยาว
  4. เนื้อหา ข้อมูลที่ผู้รับต้องใช้ตัดสินใจ แยกเป็นย่อหน้าสั้นหรือข้อ ๆ
  5. สิ่งที่ขอให้ทำ พร้อมวันที่หรือกำหนดเวลาที่ชัดเจน
  6. คำลงท้ายและลายเซ็น ชื่อ ตำแหน่ง และช่องทางติดต่อ

ส่วนที่คนไทยพลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่ไวยากรณ์ แต่เป็นการเกริ่นนำยาวจนผู้รับต้องเลื่อนอ่านหลายบรรทัดกว่าจะรู้ว่าเขียนมาขออะไร

ผู้รับเป็นใคร: เลือกระดับความสุภาพก่อนเขียน

ภาษาไทยมีระดับภาษาหลายขั้น และในอีเมลงานเรามักใช้ภาษาระดับทางการถึงกึ่งทางการ ตารางนี้ช่วยตัดสินใจเรื่องคำขึ้นต้น สรรพนาม และน้ำเสียงอย่างรวดเร็ว

ผู้รับคำขึ้นต้นสรรพนามที่ใช้บ่อยน้ำเสียง
หน่วยงาน ผู้บริหาร หรือผู้ที่ไม่เคยติดต่อเรียน ท่านผู้อำนวยการ / เรียน คุณวิชัยผม ดิฉันทางการเต็มรูปแบบ
หัวหน้างานโดยตรงเรียน คุณนภา หรือ สวัสดีครับ/ค่ะ คุณนภาผม ดิฉัน หรือชื่อเล่นในทีมที่คุ้นเคยสุภาพ เป็นกันเองพอสมควร
อาจารย์ ผู้มีพระคุณเรียน อาจารย์ ดร.ปิยะกระผม ผม ดิฉัน หนูแสดงความเคารพสูง
ลูกค้าที่ติดต่อกันอยู่เรียน คุณสุรชัย หรือ สวัสดีครับ คุณสุรชัยผม ดิฉันสุภาพ ชัดเจน
เพื่อนร่วมทีมระดับเดียวกันสวัสดีครับ/ค่ะ พี่ต้นผม ฉัน ชื่อเล่นกันเองแต่ยังสุภาพ

ข้อสังเกต คำว่า "เรียน" ใช้ได้กับผู้รับเกือบทุกระดับในอีเมลที่ถือเป็นลายลักษณ์อักษร ส่วน "สวัสดีครับ/ค่ะ" เหมาะกับคนที่คุ้นเคยกัน หากสงสัยว่าควรเรียกผู้รับว่าอะไร ดูเรื่อง คำนำหน้าและคำเรียกขานในภาษาไทย ประกอบ

หัวเรื่อง: บรรทัดเดียวที่ตัดสินว่าอีเมลจะถูกเปิดหรือไม่

หัวเรื่องที่ดีบอกทั้ง เรื่อง และ สิ่งที่ต้องทำ ถ้าเป็นไปได้ใส่กำหนดเวลาหรือชื่อโครงการเพื่อให้ค้นหาย้อนหลังได้

ไม่ชัดเจนชัดเจนกว่า
เรื่องด่วนขอข้อมูลยอดขายเดือนตุลาคม ภายในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน
ประชุมเชิญประชุมทบทวนโครงการ วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00 น.
ใบเสนอราคาส่งใบเสนอราคางานออกแบบเว็บไซต์ เลขที่ QT-2569-041
สอบถามสอบถามกำหนดส่งรายงานบทที่ 3 วิชาระเบียบวิธีวิจัย
ติดตามติดตามเรื่องการส่งสินค้า ใบสั่งซื้อเลขที่ PO-1187

หัวเรื่องไม่ควรยาวเกินสิ่งที่แอปอีเมลบนมือถือแสดงได้ในบรรทัดเดียว ควรวางคำสำคัญไว้ต้นประโยค

ประโยคแรก: บอกวัตถุประสงค์ทันที

หลังคำขึ้นต้น ให้เขียนประโยคที่บอกเหตุผลที่เขียนมา แล้วจึงให้รายละเอียด เปรียบเทียบสองแบบ

ก่อนปรับ

เรียน คุณสมศักดิ์ ขอสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้า ตามที่ได้พูดคุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อนเรื่องโครงการปรับปรุงระบบคลังสินค้าของบริษัท ซึ่งทางผมได้ทบทวนรายละเอียดแล้ว และพบว่ามีบางประเด็นที่อยากขอปรึกษาเพิ่มเติม จึงใคร่ขอเรียนถามว่าสะดวกให้ผมเข้าพบหรือไม่

หลังปรับ

เรียน คุณสมศักดิ์

ผมขอนัดพบเพื่อหารือเรื่องงบประมาณของโครงการปรับปรุงระบบคลังสินค้า ตามที่คุยกันเมื่อสัปดาห์ก่อนครับ ผมสะดวกวันอังคารหรือวันพฤหัสบดีหน้า ช่วงบ่ายครับ

เวอร์ชันหลังปรับสั้นลงกว่าครึ่ง แต่มีข้อมูลที่ผู้รับต้องใช้ครบกว่า คือเรื่องที่จะคุย ช่วงเวลาที่เลือกได้ และไม่มีประโยคเดียวที่ยืดเกินสองบรรทัด

ครับ ค่ะ คะ ให้สม่ำเสมอทั้งฉบับ

คำลงท้ายบอกเพศของผู้เขียนและชนิดของประโยค ไม่ได้บอกเพศของผู้รับ ผู้ชายใช้ ครับ ทุกกรณี ผู้หญิงใช้ ค่ะ ในประโยคบอกเล่า และ คะ ในประโยคคำถามหรือขอร้อง เช่น "ขอบคุณค่ะ" แต่ "ช่วยตรวจสอบให้หน่อยได้ไหมคะ" (รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ใน วิธีปิดท้ายอีเมลภาษาไทย)

ในอีเมลงานมีหลักปฏิบัติที่ช่วยให้ดูเรียบร้อย

  • อย่าใส่ ครับ/ค่ะ ทุกประโยค ย่อหน้าที่เป็นข้อเท็จจริงล้วน ๆ ใช้ภาษากลางได้ แล้วใส่คำลงท้ายในประโยคที่เป็นคำขอ คำขอบคุณ หรือคำขอโทษ
  • ถ้าเปิดด้วย สวัสดีครับ/ค่ะ ให้ปิดด้วย ขอบคุณครับ/ค่ะ หากเปิดด้วย เรียน ให้ปิดด้วย ขอแสดงความนับถือ ให้ระดับต้นกับท้ายสอดคล้องกัน
  • อย่าสลับสรรพนามกลางฉบับ เช่น เริ่มด้วย ผม แล้วเปลี่ยนเป็น ดิฉัน หรือ เรา โดยไม่มีเหตุผล

เขียนถึงผู้ใหญ่และผู้บริหารอย่างไรไม่ให้อ้อมจนอ่านยาก

ความสุภาพในภาษาไทยมักถูกเข้าใจว่าคือการเติมคำฟุ่มเฟือย เช่น "ใคร่ขอความกรุณาเรียนถามว่า" ซึ่งทำให้ประโยคยาวโดยไม่ได้เพิ่มความเคารพจริง วิธีที่ดีกว่าคือเลือกคำสุภาพที่สั้นและตรง

ยาวและอ้อมสุภาพและกระชับ
ใคร่ขอความอนุเคราะห์เรียนถามว่าท่านสะดวกหรือไม่ที่จะพิจารณาอนุมัติขอความกรุณาท่านพิจารณาอนุมัติ
ทางผมต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ต้องรบกวนเวลาอันมีค่าของท่านขออภัยที่รบกวนเวลาครับ

ถ้าต้องปฏิเสธหรือแจ้งข่าวไม่ดี ให้บอกผลก่อน แล้วจึงให้เหตุผลและทางเลือก เช่น "ขออภัยที่ไม่สามารถส่งงานภายในวันศุกร์ได้ครับ ผมขอเลื่อนเป็นวันอังคาร และจะส่งส่วนที่เสร็จแล้วให้ตรวจก่อนในวันพรุ่งนี้" ผู้อ่านอยากรู้ผลก่อนเหตุผลเสมอ

ประโยคยาวเกินไป: ตัดอย่างไรให้ยังสุภาพ

ภาษาไทยไม่มีจุดที่เป็นเครื่องหมายสิ้นสุดประโยคแบบภาษาอังกฤษ ผู้เขียนจึงมักต่อประโยคด้วย "ซึ่ง" "โดย" "และ" ไปเรื่อย ๆ จนเกินสามบรรทัด ให้ลองหลักนี้

  • หนึ่งย่อหน้าต่อหนึ่งประเด็น ไม่เกินสามถึงสี่บรรทัดบนมือถือ
  • เว้นวรรคระหว่างประโยคหรือวลีเพื่อให้อ่านง่าย ตามหลักการเว้นวรรคในภาษาไทยที่ราชบัณฑิตยสถานให้แนวทางไว้
  • หากต้องมีข้อมูลหลายอย่าง ใช้ข้อ ๆ หรือเลขลำดับแทนการเรียงต่อกันในประโยคเดียว

ก่อนปรับ

ตามที่บริษัทได้มีการประชุมเมื่อวานซึ่งมีมติให้ปรับกำหนดการส่งมอบงานโดยให้เลื่อนไปเป็นวันที่ 20 พฤศจิกายนเนื่องจากทางผู้ผลิตแจ้งว่าวัตถุดิบจะมาถึงล่าช้าจึงขอให้ทุกฝ่ายเตรียมความพร้อมและแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ

หลังปรับ

จากการประชุมเมื่อวาน บริษัทมีมติเลื่อนกำหนดส่งมอบงานเป็นวันที่ 20 พฤศจิกายน 2569 เพราะผู้ผลิตแจ้งว่าวัตถุดิบจะมาถึงล่าช้า

ขอให้ทุกฝ่าย 1. เตรียมความพร้อมตามกำหนดใหม่ 2. แจ้งความคืบหน้าให้ทราบภายในวันศุกร์นี้

ผสมภาษาไทยกับคำภาษาอังกฤษอย่างไรในอีเมลงาน

คนทำงานไทยใช้คำอังกฤษปนไทยตามธรรมชาติ เช่น ดีดไลน์ ไฟนอล รีวิว แต่ในอีเมลควรมีหลักเพื่อให้ดูเป็นมืออาชีพ

  • ใช้คำภาษาอังกฤษเมื่อเป็นศัพท์เฉพาะของวงการ เช่น KPI, SLA, invoice, PO เพราะผู้รับคุ้นเคยและค้นหาย้อนหลังง่าย
  • ใช้คำไทยเมื่อมีคำที่ชัดเจนอยู่แล้ว เช่น "กำหนดส่ง" แทน deadline ในอีเมลถึงผู้บริหารหรือหน่วยงานราชการ

ตัวอย่างอีเมลสามฉบับ: ขอ ตอบกลับ และติดตามเรื่อง

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ชื่อบุคคลและบริษัทไม่ใช่ข้อมูลจริง

1. อีเมลขอความช่วยเหลือ (ผู้เขียนเป็นผู้หญิง ถึงหัวหน้าฝ่ายอื่น)

หัวเรื่อง: ขอข้อมูลยอดขายเดือนตุลาคม ภายในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน

เรียน คุณวิภา

ดิฉันขอข้อมูลยอดขายรายสาขาของเดือนตุลาคม 2569 เพื่อนำไปจัดทำรายงานประจำไตรมาสค่ะ

ข้อมูลที่ต้องการ 1. ยอดขายรวมแยกตามสาขา 2. ยอดคืนสินค้า

รบกวนส่งไฟล์ Excel ให้ภายในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ได้ไหมคะ หากไม่สะดวก ช่วยแจ้งวันที่ส่งได้โดยประมาณด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ มินตรา วงศ์ใหญ่ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูล ฝ่ายการเงิน โทร 02-000-0000

2. อีเมลตอบกลับ (ผู้เขียนเป็นผู้ชาย ถึงลูกค้า)

หัวเรื่อง: Re: ขอเลื่อนวันส่งมอบงานออกแบบโลโก้

เรียน คุณสุรชัย

ผมรับทราบเรื่องการเลื่อนส่งมอบเป็นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 ครับ ทีมงานปรับตารางเรียบร้อยแล้ว

เพื่อให้ทันกำหนดใหม่ ผมขอให้ทางคุณสุรชัยยืนยันแบบที่เลือกภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน ครับ

ขอแสดงความนับถือ ธนากร สุขสบาย ผู้จัดการโครงการ บริษัท สยามครีเอทีฟ จำกัด

3. อีเมลติดตามเรื่อง (ผู้เขียนเป็นผู้หญิง ถึงผู้ที่ยังไม่ตอบ)

หัวเรื่อง: ติดตามเรื่องใบเสนอราคา QT-2569-041

เรียน คุณประเสริฐ

ดิฉันขออนุญาตติดตามใบเสนอราคาเลขที่ QT-2569-041 ที่ส่งไปเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 ค่ะ หากต้องการให้ปรับรายละเอียดหรือราคา แจ้งได้เลยนะคะ ดิฉันจะส่งฉบับแก้ไขให้ภายในวันเดียวกัน

หากอยู่ระหว่างพิจารณา ไม่ต้องรีบตอบก็ได้ค่ะ เพียงแจ้งกรอบเวลาคร่าว ๆ จะได้วางแผนได้ถูกต้อง

ขอแสดงความนับถือ ศิริพร ใจดี ฝ่ายขาย บริษัท เมดิเทค จำกัด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • หัวเรื่องว่างหรือกว้างเกินไป เช่น "ด่วน" "สอบถาม" ทำให้อีเมลถูกมองข้ามและค้นย้อนหลังยาก
  • สลับ คะ กับ ค่ะ เป็นข้อผิดที่ผู้อ่านสังเกตเห็นเร็วที่สุด

รายการตรวจก่อนกดส่ง

  1. หัวเรื่องบอกเรื่องและสิ่งที่ต้องทำ
  2. คำขึ้นต้นและสรรพนามเหมาะกับผู้รับ
  3. ประโยคแรกบอกวัตถุประสงค์
  4. ย่อหน้าสั้น ประเด็นเดียวต่อย่อหน้า
  5. ครับ/ค่ะ/คะ ถูกต้องและสม่ำเสมอ
  6. ระบุกำหนดเวลาเป็นวันที่
  7. ตัวเลข ชื่อ วันที่ และไฟล์แนบถูกต้อง
  8. คำลงท้ายและลายเซ็นครบ

ใช้เครื่องมือของ AdeptWrite ช่วยร่างและตรวจอีเมล

ทุกเครื่องมือรับข้อความได้ไม่เกิน 6,000 ตัวอักษรต่อครั้ง และผลลัพธ์เป็นร่างที่ผู้เขียนต้องอ่านทบทวนและแก้ให้ตรงกับข้อเท็จจริงก่อนส่งเสมอ

เครื่องมือตรวจคำผิดจับคำที่สะกดไม่ตรงพจนานุกรมได้ แต่ไม่รู้ว่าอีเมลฉบับนั้นควรสุภาพระดับใด หรือคุณหมายถึงประโยคบอกเล่าหรือคำถาม จึงต้องอ่านทวนด้วยตนเองเสมอ

บทความที่เกี่ยวข้อง ดู วิธีปิดท้ายอีเมล และ วิธีเขียนจดหมายสมัครงาน

สรุป

เขียนอีเมลธุรกิจภาษาไทยให้เริ่มจากหัวเรื่องที่บอกเรื่องและสิ่งที่ต้องทำ บอกวัตถุประสงค์ในประโยคแรก เลือกระดับความสุภาพตามผู้รับ ใช้ ครับ ค่ะ คะ ให้สม่ำเสมอ ตัดประโยคยาวให้สั้น และปิดด้วยกำหนดเวลาที่ชัดเจนพร้อมลายเซ็นที่ครบ แล้วอ่านทวนอีกรอบก่อนกดส่ง

ลองใช้เครื่องมือ

เขียนอีเมลและจดหมาย
อีเมลสมัครงาน จดหมายราชการหรือจดหมายทางการ และอีเมลติดตามผล
เปิดเครื่องมือ
ปรับน้ำเสียงข้อความ
เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นทางการสำหรับจดหมาย สุภาพแบบงานออฟฟิศ หรือกันเองสำหรับแชต
เปิดเครื่องมือ
ปรับประโยคให้อ่านลื่น
แก้ประโยคที่ติดขัด ยืดยาว หรือฟังแปร่งให้อ่านง่ายขึ้น
เปิดเครื่องมือ
ตรวจคำผิดภาษาไทย
ตรวจคำสะกดผิดจากรายการคำ th_TH และคำที่เขียนไม่ตรงกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 พร้อมคำแนะนำ ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
เปิดเครื่องมือ

คำถามที่พบบ่อย

อีเมลธุรกิจภาษาไทยควรเริ่มต้นด้วยคำว่าอะไร

ใช้ เรียน ตามด้วยชื่อหรือตำแหน่งของผู้รับ เช่น เรียน คุณสมชาย หรือ เรียน อาจารย์ ดร.ปิยะ เหมาะกับผู้รับเกือบทุกระดับ ส่วน สวัสดีครับ/ค่ะ ใช้กับผู้ที่คุ้นเคยกันหรือเพื่อนร่วมทีม เมื่อเปิดด้วยคำใดก็ควรปิดท้ายให้ระดับสอดคล้องกัน

ต้องใส่ ครับ/ค่ะ ทุกประโยคในอีเมลหรือไม่

ไม่จำเป็น ย่อหน้าที่เป็นข้อเท็จจริงใช้ภาษากลางที่สุภาพได้ แล้วใส่ ครับ/ค่ะ/คะ ในประโยคที่เป็นคำขอ คำขอบคุณ หรือคำขอโทษ สิ่งสำคัญคือใช้ให้ถูกและสม่ำเสมอ ผู้หญิงใช้ ค่ะ ในประโยคบอกเล่าและ คะ ในประโยคคำถามหรือขอร้อง

อีเมลภาษาไทยควรยาวเท่าไร

ไม่มีความยาวตายตัว หลักคือให้ผู้รับรู้เรื่อง วัตถุประสงค์ และสิ่งที่ต้องทำได้ภายในไม่กี่บรรทัดแรก แยกประเด็นเป็นย่อหน้าสั้นหรือข้อ ๆ หากเนื้อหามากให้สรุปไว้ต้นอีเมลและแนบเอกสารแยกต่างหาก เพราะหลายคนอ่านจากโทรศัพท์

ควรใช้ภาษาอังกฤษปนในอีเมลงานภาษาไทยหรือไม่

ใช้ได้เมื่อเป็นศัพท์เฉพาะของวงการที่ผู้รับคุ้นเคย เช่น KPI หรือ invoice แต่ควรเลือกรูปเดียวตลอดฉบับ และในอีเมลทางการถึงหน่วยงานหรือผู้บริหารควรใช้คำไทยที่ชัดเจน เช่น กำหนดส่ง แทนคำว่า deadline

คู่มือทั้งหมด