วิธีเขียนบันทึกข้อความ (Memo) ราชการและบริษัท พร้อมตัวอย่างและรายการตรวจ
บันทึกข้อความคือหนังสือภายในที่ใช้ติดต่อกันเองภายในส่วนราชการหรือองค์กร แบบราชการประกอบด้วย ส่วนราชการ ที่ วันที่ เรื่อง เรียน ข้อความ และลงชื่อพร้อมตำแหน่ง ตามแบบในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ส่วนเมโมบริษัทใช้โครงเดียวกันแบบย่อ ควรตรวจระเบียบฉบับล่าสุดและแบบของหน่วยงานตนเองก่อนใช้
คำตอบสั้น ๆ: บันทึกข้อความคืออะไร และเขียนอย่างไร
บันทึกข้อความคือหนังสือที่ใช้ติดต่อกันภายในหน่วยงานเดียวกัน หรือระหว่างหน่วยงานในสังกัดเดียวกัน เพื่อขออนุมัติ แจ้งเรื่อง ขอความเห็น หรือรายงานผล ในส่วนราชการ รูปแบบกำหนดไว้ในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ซึ่งเรียกหนังสือประเภทนี้ว่า "หนังสือภายใน" และใช้กระดาษที่มีตราครุฑ ส่วนในบริษัทเอกชนไม่มีระเบียบกลาง แต่ละบริษัทกำหนดแบบของตนเอง มักยืมโครงจากแบบราชการมาปรับให้สั้นลง
โครงของบันทึกข้อความแบบราชการเรียงตามนี้
- ส่วนราชการ ชื่อหน่วยงานที่ออกหนังสือ พร้อมเบอร์โทรถ้ามี
- ที่ เลขที่หนังสือของหน่วยงาน
- วันที่ วัน เดือน ปี พุทธศักราช
- เรื่อง สาระสำคัญของหนังสือในวลีเดียว
- เรียน ตำแหน่งของผู้รับ
- ข้อความ เหตุผล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอหรือสิ่งที่ขอ
- ลงชื่อ ชื่อในวงเล็บและตำแหน่งของผู้เขียนหรือผู้ลงนาม
ข้อควรจำที่สำคัญที่สุดคือ รายละเอียดการจัดหน้า ขนาดตัวอักษร ระยะขอบ และถ้อยคำบางส่วน อยู่ในตัวระเบียบและแบบที่แนบท้าย ซึ่งอาจมีการแก้ไขเป็นครั้งคราว บทความนี้อธิบายหลักการและส่วนประกอบ แต่ก่อนใช้งานจริงควรตรวจฉบับล่าสุดที่เผยแพร่โดยสำนักนายกรัฐมนตรี และแบบที่หน่วยงานของคุณกำหนด
บันทึกข้อความต่างจากอีเมลและหนังสือภายนอกอย่างไร
| เรื่อง | บันทึกข้อความ | หนังสือภายนอก | อีเมล |
|---|---|---|---|
| ผู้รับ | หน่วยงานหรือบุคคลภายในสังกัด | หน่วยงานหรือบุคคลนอกสังกัด | ใครก็ได้ |
| คำขึ้นต้น | เรียน ตามด้วยตำแหน่ง | เรียน และมี "ขอแสดงความนับถือ" ปิดท้าย | เรียน หรือ สวัสดี |
| คำลงท้าย | ไม่มีคำลงท้ายแบบจดหมาย ลงชื่ออย่างเดียว | ขอแสดงความนับถือ | แล้วแต่ระดับ |
| ผู้ลงนาม | ลงชื่อกำกับ | ลงชื่อ | ไม่จำเป็น |
| ใช้เมื่อ | ขออนุมัติ แจ้งภายใน รายงานผล | ติดต่อประสานนอกหน่วยงาน | ติดต่อประจำวัน |
ในทางปฏิบัติปัจจุบัน หลายหน่วยงานส่งบันทึกข้อความผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลแนบไฟล์ แต่ตัวเอกสารยังคงใช้โครงสร้างข้างต้น หากต้องการเขียนอีเมลธรรมดา ดู วิธีเขียนอีเมลธุรกิจภาษาไทย
ส่วนประกอบแต่ละส่วนอย่างละเอียด
ส่วนราชการ ที่ และวันที่
- ส่วนราชการ เขียนชื่อหน่วยงานที่เป็นเจ้าของเรื่อง ตั้งแต่หน่วยใหญ่ลงมาหน่วยย่อย เช่น คณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยตัวอย่าง และเบอร์โทรภายในถ้ามี
- ที่ คือเลขที่หนังสือซึ่งมาจากทะเบียนหนังสือส่งของหน่วยงาน รูปแบบเลขเป็นไปตามที่หน่วยงานนั้น ๆ กำหนด ผู้เขียนไม่ควรตั้งเลขเอง ให้ขอจากเจ้าหน้าที่ธุรการหรือระบบสารบรรณ
- วันที่ เขียนวัน เดือน และปีพุทธศักราชเต็ม เช่น 3 พฤศจิกายน 2569 ไม่ใช้ตัวย่อเดือนในหนังสือราชการ และไม่ใช้ปีคริสต์ศักราช
เรื่อง
เรื่องควรเป็นวลีสั้น บอกสาระและความต้องการ ไม่ต้องเป็นประโยคเต็ม และไม่ควรกว้างจนไม่รู้ว่าเกี่ยวกับอะไร
| ไม่ชัดเจน | ชัดเจนกว่า |
|---|---|
| ขอความอนุเคราะห์ | ขออนุมัติจัดซื้อคอมพิวเตอร์สำหรับห้องปฏิบัติการภาษา |
| ประชุม | ขอเชิญประชุมคณะกรรมการหลักสูตร ครั้งที่ 4/2569 |
| รายงาน | รายงานผลการจัดโครงการอบรมการเขียนเชิงวิชาการ |
| ขอเปลี่ยนแปลง | ขอเลื่อนกำหนดส่งรายงานความก้าวหน้าโครงการ |
เรียน
ใช้ตำแหน่งของผู้รับ ไม่ใช้ชื่อบุคคล เช่น เรียน คณบดีคณะอักษรศาสตร์ หรือ เรียน ผู้อำนวยการฝ่ายบุคคล เพราะบันทึกข้อความเป็นเอกสารระหว่างตำแหน่ง ไม่ใช่ระหว่างบุคคล วิธีนี้ทำให้เอกสารยังใช้ได้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเปลี่ยน การเรียกขานตำแหน่งต่าง ๆ ให้ถูกต้อง ดูเพิ่มเติมที่ คำนำหน้าและคำเรียกขานในภาษาไทย
ข้อความ
เนื้อหาในบันทึกข้อความแบ่งเป็นสามย่อหน้าโดยทั่วไป เรียงตามลำดับเหตุผลที่ผู้บริหารต้องการอ่าน
- ต้นเรื่องหรือเหตุผล เหตุที่ต้องเขียน อ้างถึงเรื่องเดิมหรือหนังสือที่เกี่ยวข้อง เช่น "ตามที่ฝ่ายวิชาการได้กำหนดจัดโครงการอบรม..."
- ข้อเท็จจริงและรายละเอียด ข้อมูลที่ผู้พิจารณาต้องใช้ เช่น จำนวนเงิน วันเวลา สถานที่ ผู้เกี่ยวข้อง
- ข้อเสนอหรือสิ่งที่ขอ เขียนเป็นประโยคปิดที่ชัดเจน เช่น "จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ" หรือ "จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ"
ถ้อยคำปิดสามแบบที่พบบ่อยในหนังสือภายในมีความหมายต่างกัน
| ถ้อยคำปิด | ใช้เมื่อ |
|---|---|
| จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ | แจ้งข้อมูล ไม่ต้องมีคำตัดสินใจ |
| จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา | ขอความเห็นหรือการตัดสินใจ |
| จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ | ขออนุมัติโดยตรง เช่น งบประมาณ การเดินทาง |
ลงชื่อ
ลงลายมือชื่อ แล้วพิมพ์ชื่อไว้ในวงเล็บ ใต้ชื่อเป็นตำแหน่ง เช่น
(นางสาวศิริพร วงศ์สวัสดิ์) หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย
ไม่ต้องมีคำลงท้ายอย่าง "ขอแสดงความนับถือ" ในบันทึกข้อความแบบราชการ รูปแบบที่แน่นอนของส่วนลงชื่อ เช่น การจัดตำแหน่งบนหน้ากระดาษ ให้ยึดตามแบบของหน่วยงาน
ตัวอย่างที่ 1: บันทึกข้อความราชการ (ขออนุมัติโครงการ)
ตัวอย่างนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่อแสดงโครงสร้าง ชื่อหน่วยงานและบุคคลไม่ใช่ข้อมูลจริง และไม่ได้เป็นแบบฟอร์มอย่างเป็นทางการ ให้ใช้แบบที่หน่วยงานของคุณกำหนด
บันทึกข้อความ
ส่วนราชการ ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยตัวอย่าง โทร. 0-0000-0000 ที่ อว 0000/ว 123 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เรื่อง ขออนุมัติจัดโครงการอบรมการเขียนเชิงวิชาการสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษา
เรียน คณบดีคณะอักษรศาสตร์
ตามที่ภาควิชาภาษาไทยมีแผนจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการเขียนสำหรับนักศึกษาบัณฑิตศึกษาในปีการศึกษา 2569 นั้น
ภาควิชาฯ ขอเสนอจัดโครงการอบรมการเขียนเชิงวิชาการ ในวันเสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2569 เวลา 09.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมคณะ มีผู้เข้าร่วมประมาณ 60 คน ใช้งบประมาณจากเงินรายได้ของภาควิชา ตามรายละเอียดแผนงานและประมาณการค่าใช้จ่ายที่แนบมาพร้อมนี้
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิยะ ใจกว้าง) หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย
สิ่งที่ควรสังเกต ย่อหน้าแรกเชื่อมกับแผนที่มีอยู่เดิม ย่อหน้าที่สองรวมข้อเท็จจริงที่ผู้อนุมัติต้องใช้ (วันเวลา สถานที่ จำนวนคน แหล่งงบ) และย่อหน้าสุดท้ายบอกสิ่งที่ขอเพียงประโยคเดียว
ตัวอย่างที่ 2: เมโมบริษัทแบบง่าย (แจ้งการเปลี่ยนแปลง)
บริษัทเอกชนใช้แบบย่อได้ ตราบใดที่ผู้อ่านรู้ว่าใครถึงใคร เรื่องอะไร และต้องทำอะไร
เมโม
จาก ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ถึง พนักงานทุกฝ่าย วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 เรื่อง เปลี่ยนช่องทางส่งใบลาเป็นระบบออนไลน์ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2569
ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2569 พนักงานต้องส่งใบลาผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทเท่านั้น ไม่รับใบลากระดาษ
สิ่งที่ต้องทำ 1. เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีพนักงาน ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2569 เพื่อตรวจสอบสิทธิ์ 2. หากเข้าระบบไม่ได้ ติดต่อฝ่าย IT ที่เบอร์ภายใน 1234
หากมีข้อสงสัย ติดต่อฝ่ายทรัพยากรบุคคล เบอร์ภายใน 5678
ฝ่ายทรัพยากรบุคคล
ในเมโมแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีเลขที่หนังสือหรือการลงชื่อแบบราชการ แต่หลักการเขียนยังเหมือนกัน คือเรื่องชัด ผู้รับชัด และสิ่งที่ต้องทำมีกำหนดเวลา
ภาษาที่ใช้ในบันทึกข้อความ
- ใช้ภาษาระดับทางการ ไม่ใช้ภาษาพูด คำแสลง หรือคำลงท้าย ครับ/ค่ะ ในเนื้อหา
- ใช้ประโยคกระชับ ประโยคหนึ่งควรมีใจความเดียว หากเกินสามบรรทัดให้ตัดเป็นสองประโยคหรือจัดเป็นข้อ
- ใช้ตัวเลขอย่างสม่ำเสมอ ในหนังสือราชการนิยมเลขไทยหรือเลขอารบิกตามที่หน่วยงานกำหนด ให้เลือกแบบเดียวทั้งฉบับ ดูเรื่องการเขียนตัวเลขและวันที่ได้ใน ตัวเลขไทยและวันที่พุทธศักราช
- สะกดตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 โดยเฉพาะคำที่พบบ่อยในงานเอกสาร เช่น อนุมัติ พิจารณา ดำเนินการ หากไม่แน่ใจ ลองตรวจด้วย ตรวจคำผิดภาษาไทย
- อ้างถึงเอกสารเดิมให้ชัด ระบุเลขที่และวันที่ของหนังสือที่อ้างถึง และเอกสารแนบต้องมีรายการตรงกับที่เขียนว่า "แนบมาพร้อมนี้"
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ชื่อบุคคลแทนตำแหน่งในบรรทัดเรียน ทำให้เอกสารผูกกับตัวบุคคล และไม่ตรงกับหลักของหนังสือภายใน
- เรื่องกว้างเกินไป เช่น "ขออนุมัติ" โดยไม่บอกว่าอนุมัติอะไร
- ยัดทุกอย่างไว้ในย่อหน้าเดียว ทำให้ผู้อนุมัติหาสิ่งที่ขอไม่เจอ
- ไม่ระบุตัวเลขสำคัญ เช่น วงเงิน วันที่ และจำนวนคน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้พิจารณาต้องใช้ตัดสินใจ
- เอกสารแนบไม่ครบหรือไม่ตรงกับที่อ้าง
- ใช้ปีคริสต์ศักราชปนกับพุทธศักราช ในเอกสารไทยควรใช้พุทธศักราชทั้งฉบับ
- ใช้แบบเก่า เพราะคัดลอกจากไฟล์เก่าที่ใช้กันมา ซึ่งอาจไม่ตรงกับระเบียบฉบับปัจจุบันหรือแบบล่าสุดของหน่วยงาน
รายการตรวจก่อนส่งบันทึกข้อความ
- ใช้แบบฟอร์มของหน่วยงานฉบับล่าสุด
- ส่วนราชการ เลขที่ และวันที่ครบ วันที่เป็นพุทธศักราช
- เรื่องบอกสาระและสิ่งที่ขอ
- เรียน ใช้ตำแหน่งของผู้รับ
- ข้อความแบ่งเป็นเหตุผล ข้อเท็จจริง และข้อเสนอ
- ถ้อยคำปิดตรงกับเจตนา (ทราบ พิจารณา หรืออนุมัติ)
- ตัวเลข ชื่อ และวันที่ตรวจแล้ว
- ระบุและแนบเอกสารแนบครบ
- ลงชื่อ ชื่อในวงเล็บ และตำแหน่งถูกต้อง
ใช้เครื่องมือของ AdeptWrite ช่วยร่างบันทึกข้อความ
ทุกเครื่องมือรับข้อความได้ไม่เกิน 6,000 ตัวอักษรต่อครั้ง และผลลัพธ์เป็นร่างที่ต้องตรวจทานกับข้อเท็จจริงและแบบของหน่วยงานก่อนใช้ เครื่องมือไม่ได้สร้างแบบฟอร์มราชการให้และไม่รับรองว่าตรงตามระเบียบ
- สร้างโครงร่างบทความและรายงาน ช่วยวางลำดับเหตุผลและข้อเท็จจริงก่อนเขียน เมื่อบันทึกยาวหรือมีหลายประเด็น
- ปรับน้ำเสียงข้อความ ปรับร่างที่เป็นภาษาพูดให้เป็นทางการหรือแบบงานออฟฟิศ
- ปรับประโยคให้อ่านลื่น แก้ประโยคยืดยาวให้กระชับ
- ตรวจคำผิดภาษาไทย ตรวจคำสะกดเทียบกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 โดยทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
สรุป
บันทึกข้อความแบบราชการเรียงเป็น ส่วนราชการ ที่ วันที่ เรื่อง เรียน ข้อความ และลงชื่อพร้อมตำแหน่ง ตามแบบในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ ส่วนเมโมบริษัทปรับให้สั้นลงได้ แต่ควรมีผู้รับ เรื่อง และสิ่งที่ต้องทำชัดเจน ก่อนใช้งานจริงให้ตรวจระเบียบฉบับล่าสุดและแบบของหน่วยงานตนเองเสมอ
ลองใช้เครื่องมือ
คำถามที่พบบ่อย
บันทึกข้อความต่างจากหนังสือภายนอกอย่างไร
บันทึกข้อความเป็นหนังสือภายในที่ใช้ติดต่อกันเองในหน่วยงานหรือสังกัดเดียวกัน ขึ้นต้นด้วย เรียน ตามด้วยตำแหน่ง และไม่มีคำลงท้ายแบบจดหมาย ส่วนหนังสือภายนอกใช้ติดต่อหน่วยงานนอกสังกัดและปิดด้วย ขอแสดงความนับถือ
บรรทัด เรียน ในบันทึกข้อความใช้ชื่อคนหรือตำแหน่ง
ใช้ตำแหน่งของผู้รับ เช่น เรียน คณบดีคณะอักษรศาสตร์ เพราะบันทึกข้อความเป็นเอกสารระหว่างตำแหน่งในองค์กร ทำให้เอกสารยังใช้ได้เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเปลี่ยน ทั้งนี้ให้ดูแบบและแนวปฏิบัติของหน่วยงานของคุณประกอบด้วย
เมโมในบริษัทเอกชนต้องใช้แบบราชการหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะระเบียบงานสารบรรณใช้กับส่วนราชการ บริษัทเอกชนกำหนดแบบเองได้ แต่หลายแห่งยืมโครงมาใช้ในแบบย่อ คือ ถึง จาก วันที่ เรื่อง เนื้อหา และสิ่งที่ต้องทำ ควรสอบถามฝ่ายธุรการหรือดูแบบมาตรฐานของบริษัทก่อน
ควรตรวจอะไรก่อนใช้ตัวอย่างบันทึกข้อความจากอินเทอร์เน็ต
ตรวจว่าตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณฉบับล่าสุดและแบบที่หน่วยงานของคุณกำหนดหรือไม่ เพราะรายละเอียดการจัดหน้า เลขที่หนังสือ และถ้อยคำอาจต่างกัน และตัวอย่างออนไลน์อาจเป็นแบบเก่า
คู่มือที่เกี่ยวข้อง
- วิธีเขียนอีเมลธุรกิจภาษาไทย ให้สุภาพและตรงประเด็น พร้อมตัวอย่างสามฉบับ — อีเมลธุรกิจภาษาไทยที่ดีมีหกส่วนเรียงตามลำดับ คือหัวเรื่องที่บอกเรื่อง คำขึ้นต้น ประโยคแรกที่บอกวัตถุประสงค์ เนื้อหาสั้น …
- วิธีปิดท้ายอีเมลภาษาไทย เลือกคำลงท้ายให้เหมาะกับผู้รับ พร้อมตัวอย่าง — คำปิดท้ายอีเมลภาษาไทยเลือกตามระดับความเป็นทางการและฐานะของผู้รับ ใช้ ขอแสดงความนับถือ กับจดหมายและอีเมลทางการ ใช้ ด้วยคว…
- คำนำหน้าชื่อและคำเรียกในงานเขียนภาษาไทย คุณ ท่าน ดร. พี่ น้อง ใช้อย่างไรให้เหมาะ — ในงานเขียนภาษาไทย ใช้ คุณ นำหน้าชื่อต้นเมื่อไม่แน่ใจ ใช้ นาย นาง นางสาว ในเอกสารที่ต้องระบุชื่อเต็ม ใช้ตำแหน่งวิชาการ ยศ…