งานธุรกิจและอีเมล

P.S. และ ป.ล. คืออะไร ใช้ท้ายจดหมายและอีเมลอย่างไรให้สุภาพ

ทีมบรรณาธิการ AdeptWriteอัปเดตเมื่อ 7 นาทีในการอ่าน

P.S. ย่อมาจากคำละติน post scriptum แปลว่า "เขียนต่อท้าย" ภาษาไทยใช้ ป.ล. ซึ่งย่อจาก ปัจฉิมลิขิต หมายถึงข้อความสั้น ๆ ที่เติมต่อจากชื่อผู้เขียนในจดหมายหรืออีเมล ใช้เสริมเรื่องที่นึกได้ภายหลังหรือเน้นประเด็นสำคัญ แต่ไม่ควรใช้ในหนังสือราชการ และในงานธุรกิจควรใช้เท่าที่จำเป็นเพียงบรรทัดเดียว

คำตอบสั้น ๆ: P.S. กับ ป.ล. คืออะไร

P.S. คือคำย่อของ post scriptum ในภาษาละติน แปลตรงตัวว่า "เขียนไว้หลังสุด" ในภาษาไทยมีคำที่ใช้แทนกันคือ ป.ล. ย่อมาจาก ปัจฉิมลิขิต ซึ่งประกอบด้วยคำว่า ปัจฉิม (ที่อยู่ข้างหลัง) กับ ลิขิต (ข้อความที่เขียน) รวมแล้วคือ "ข้อความที่เขียนไว้ตอนท้าย"

ข้อความแบบนี้จะอยู่ หลังคำลงท้ายและชื่อผู้เขียน ไม่ใช่ในเนื้อหาหลัก ผู้อ่านจึงมองเห็นเป็นข้อความแยกอีกก้อนหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลที่คนนิยมใช้ทั้งเพื่อเติมเรื่องที่ลืมเขียน และเพื่อเน้นเรื่องสำคัญที่อยากให้ผู้อ่านเห็นเป็นอย่างสุดท้าย

ตัวอย่างในอีเมลทั่วไป:

ขอบคุณที่สละเวลาประชุมกับทีมเมื่อวานนะคะ แนบสรุปประเด็นมาให้แล้ว

ขอแสดงความนับถือ สุภาวดี ใจดี

ป.ล. ห้องประชุมชั้น 5 จะปิดปรับปรุงสัปดาห์หน้า หากต้องนัดประชุมอีกครั้ง รบกวนจองห้องชั้น 3 แทนนะคะ

ป.ล. อ่านว่าอะไร และเขียนอย่างไร

ในภาษาพูด ป.ล. อ่านออกเสียงตามตัวอักษรย่อว่า "ปอ-ลอ" ส่วนในการเขียน มีรูปที่พบบ่อย 3 แบบ

รูปที่เขียนพบที่ไหนหมายเหตุ
ป.ล.จดหมาย อีเมล หนังสือรูปที่ชัดเจนที่สุด มีจุดหลังอักษรย่อแต่ละตัวตามธรรมเนียมการเขียนคำย่อภาษาไทย
ปล.แชต โซเชียลมีเดียตัดจุดเพื่อพิมพ์เร็ว เหมาะกับข้อความไม่เป็นทางการ
P.S. หรือ PSอีเมลที่เขียนสองภาษา งานการตลาด ธุรกิจที่ติดต่อต่างประเทศใช้เมื่อทั้งฉบับเป็นภาษาอังกฤษ หรือกลุ่มผู้อ่านคุ้นกับรูปนี้

หลักง่าย ๆ คือ เลือกให้ตรงกับภาษาของทั้งฉบับ ถ้าอีเมลเป็นภาษาไทย ใช้ ป.ล. ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ P.S. อย่าปนกันในฉบับเดียว นอกจากนี้ควรเว้นวรรคหนึ่งครั้งระหว่าง ป.ล. กับข้อความที่ตามมา และขึ้นบรรทัดใหม่เสมอ หากสงสัยว่าคำย่อรูปใดเป็นที่ยอมรับ ให้ลองค้นในพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ที่ dictionary.orst.go.th หรือใช้ ตรวจคำผิดภาษาไทย ตรวจข้อความทั้งฉบับก่อนส่ง

วาง ป.ล. ไว้ตรงไหนของจดหมายและอีเมล

ลำดับของส่วนต่าง ๆ ในจดหมายที่มี ป.ล. เป็นดังนี้

  1. คำขึ้นต้น เช่น เรียน อาจารย์ หรือ สวัสดีครับ/ค่ะ
  2. เนื้อหาหลัก
  3. คำลงท้าย เช่น ขอแสดงความนับถือ หรือ ขอบคุณครับ/ค่ะ
  4. ชื่อผู้เขียน ตำแหน่ง และข้อมูลติดต่อ
  5. ป.ล. และข้อความสั้น ๆ

ถ้าอีเมลของคุณมีลายเซ็นอัตโนมัติ (signature) ที่มีโลโก้และเบอร์โทรยาว ๆ ให้วาง ป.ล. ไว้เหนือลายเซ็นอัตโนมัติ แต่ต่อจากชื่อที่พิมพ์เอง ไม่เช่นนั้นข้อความอาจไปอยู่ใต้โลโก้และถูกมองข้าม ผู้อ่านจำนวนมากอ่านบนมือถือและเลื่อนผ่านลายเซ็นไปเร็ว ๆ

เมื่อไรควรใช้ ป.ล. และเมื่อไรไม่ควร

ป.ล. ไม่ใช่ที่ทิ้งเนื้อหาที่ลืมเขียน ในงานที่ต้องดูเป็นมืออาชีพ การตัดสินใจใช้ควรเป็นไปอย่างตั้งใจ

ใช้ได้เมื่อ

  • เรื่องที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ใช่ประเด็นหลัก เช่น แจ้งกำหนดการหรือข้อมูลที่ผู้อ่านอาจพลาด
  • อยากเน้นข้อเสนอหรือกำหนดส่ง ในอีเมลการตลาดหรือจดหมายขอความร่วมมือ ข้อความท้ายสุดมักถูกอ่านมากกว่าเนื้อหากลางฉบับ
  • เพิ่มความเป็นกันเอง ในอีเมลถึงเพื่อนร่วมงานที่สนิท ลูกค้าประจำ หรือจดหมายส่วนตัว เช่น ป.ล. ขอให้ลูกสาวสอบผ่านนะคะ
  • ข้อมูลที่เพิ่งทราบหลังเขียนเสร็จ และแก้เนื้อหาไม่สะดวก เช่น จดหมายที่พิมพ์ลงกระดาษแล้ว

ควรหลีกเลี่ยงเมื่อ

  • หนังสือราชการและจดหมายทางการมาก หนังสือที่เขียนตามแบบของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณไม่มีส่วนสำหรับปัจฉิมลิขิต หากมีเรื่องเพิ่ม ให้แก้เนื้อหาหลัก หรือทำเป็นหนังสือฉบับใหม่ (แนะนำให้ตรวจฉบับล่าสุดของระเบียบและแบบฟอร์มของหน่วยงานตัวเองเสมอ)
  • อีเมลสมัครงานและจดหมายถึงผู้ใหญ่ที่ไม่คุ้นเคย ป.ล. อาจดูเหมือนวางแผนมาไม่ดี เพราะผู้อ่านจะสงสัยว่าทำไมไม่ใส่ไว้ในเนื้อหา
  • เรื่องสำคัญที่ผู้อ่านต้องทำตาม เช่น กำหนดส่งเอกสารหรือยอดชำระเงิน ควรอยู่ในเนื้อหาหลัก หากใส่แค่ ป.ล. บางคนอาจไม่เห็น
  • อีเมลที่มี ป.ล. หลายบรรทัด ถ้าต้องเขียน ป.ล. สองสามข้อ แปลว่าเนื้อหาหลักยังจัดไม่ดี ให้จัดโครงสร้างใหม่

ตัวอย่างการใช้ ป.ล. ในสถานการณ์ต่าง ๆ

อีเมลถึงลูกค้า

เรียน คุณวิภาวี

ทางบริษัทขอส่งใบเสนอราคาสำหรับงานออกแบบเว็บไซต์ตามที่ได้คุยกันไว้ รายละเอียดอยู่ในไฟล์แนบ หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ทุกวันทำการ

ขอแสดงความนับถือ ธนากร สุขสบาย ผู้จัดการฝ่ายขาย

ป.ล. ใบเสนอราคานี้มีผลถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 หลังจากนั้นราคาอาจเปลี่ยนแปลง

ข้อความ ป.ล. ในตัวอย่างนี้เป็นการเน้นกำหนดเวลาที่ผู้อ่านควรเห็นเป็นลำดับสุดท้าย ไม่ได้แทนที่เนื้อหาหลัก

ข้อความ LINE ถึงเพื่อนร่วมงาน

ใน LINE ไม่มีลายเซ็นหรือคำลงท้ายแบบจดหมาย คนไทยจึงใช้ ปล. เป็นข้อความต่อท้ายที่สั้นและเบา ๆ

พรุ่งนี้ประชุมสิบโมงนะคะ เตรียมสไลด์ส่วนยอดขายมาด้วย ปล. ใครจะสั่งกาแฟบอกพี่ก่อนสิบโมงนะ

ถ้าข้อความถึงหัวหน้า ให้ระวังไม่ใส่ ปล. ที่เป็นเรื่องเล่นมากเกินไป และควรลงท้ายด้วยครับ/ค่ะให้ครบ

จดหมายส่วนตัวหรือการ์ดอวยพร

ขอให้สุขภาพแข็งแรงตลอดปีใหม่นะครับ ด้วยความระลึกถึง ณัฐพล

ป.ล. ไว้ว่าง ๆ แวะมากินข้าวที่บ้านนะ แม่ถามถึงตลอด

ในจดหมายส่วนตัว ปัจฉิมลิขิตมักเป็นที่ที่ผู้เขียนใส่ความอบอุ่น เป็นเรื่องที่ธรรมเนียมยอมรับได้มากที่สุด

อีเมลการตลาดหรือจดหมายข่าว

ป.ล. สมาชิกที่สมัครภายในวันที่ 15 ของเดือนนี้ จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมเวิร์กช็อปก่อนใคร

ในงานการตลาด ป.ล. ถูกใช้ซ้ำ ๆ เพราะผู้อ่านมักไล่สายตาจากบนลงล่างแล้วหยุดที่ท้ายอีเมล แต่ควรเขียนข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ ไม่เกินจริง และระบุวันที่หรือเงื่อนไขชัดเจน เพื่อให้เป็นไปตามหลักความโปร่งใสต่อผู้บริโภค

ปรับน้ำเสียงของ ป.ล. ให้เหมาะกับผู้รับ

ระดับความเป็นทางการของ ป.ล. ควรตรงกับส่วนอื่นของจดหมาย

ผู้รับตัวอย่างข้อความข้อสังเกต
ผู้ใหญ่หรือลูกค้าใหม่ป.ล. ขออนุญาตแจ้งว่าห้องประชุมเปลี่ยนเป็นห้อง 305ใช้ภาษาสุภาพ มีคำว่า ขออนุญาต หรือ รบกวน
เพื่อนร่วมงานระดับเดียวกันป.ล. อย่าลืมส่งไฟล์ก่อนบ่ายสามนะคะใช้ นะคะ/นะครับ ได้ตามปกติ
เพื่อนสนิทหรือครอบครัวปล. เจอกันเสาร์นี้นะตัดจุดและคำลงท้ายตามความสนิท

ข้อควรจำคือคำลงท้ายต้องตรงเพศและระดับของผู้พูดตลอดทั้งฉบับ เช่น ผู้หญิงใช้ นะคะ ผู้ชายใช้ นะครับ ถ้าแก้คำลงท้ายในเนื้อหาหลักแล้ว อย่าลืมแก้ใน ป.ล. ให้ตรงกัน

ป.ล. กับคำว่า PS ที่มีความหมายอื่น

ตัวย่อ PS ในภาษาอังกฤษไม่ได้หมายถึงปัจฉิมลิขิตเสมอไป ขึ้นอยู่กับบริบท ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ PS ที่ย่อมาจาก PlayStation ในแวดวงเกม และ PS ในแวดวงงานออกแบบที่หมายถึงโปรแกรมแต่งภาพ นอกจากนี้ในภาษาไทยออนไลน์ บางคนเขียน "ปล." เป็นคำสั้น ๆ ในโพสต์ที่ไม่ได้อยู่ท้ายจดหมาย

เพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสน ให้ยึดหลักเหล่านี้

  • วาง ป.ล. ต่อจากชื่อผู้เขียนหรือท้ายโพสต์ เสมอ ไม่แทรกกลางเนื้อหา
  • ขึ้นบรรทัดใหม่ และเว้นบรรทัดว่างก่อน เพื่อให้เห็นว่าเป็นข้อความแยก
  • ถ้าเป็นเรื่องเกมหรือโปรแกรม ให้เขียนชื่อเต็มในครั้งแรก เช่น PlayStation หรือ Photoshop

P.P.S. และ ป.ล. ซ้อนกันหลายชั้น

ในภาษาอังกฤษ ถ้ามี P.S. มากกว่าหนึ่งข้อ จะเรียงเป็น P.P.S. (post-postscript) ภาษาไทยไม่มีรูปย่อเทียบเท่าที่เป็นมาตรฐานชัดเจน คนส่วนใหญ่ใช้ ป.ล. 1 ป.ล. 2 หรือรวมเป็นข้อความเดียว แต่เราแนะนำว่า ในงานธุรกิจใช้ ป.ล. เพียงข้อเดียว ถ้ามีเรื่องที่ต้องเพิ่มหลายเรื่อง ให้กลับไปแก้เนื้อหาหลักแล้วส่งใหม่ก่อนจะดีกว่า

รายการตรวจก่อนส่ง

  1. ป.ล. อยู่หลังชื่อผู้เขียนและก่อนลายเซ็นอัตโนมัติหรือไม่
  2. เป็นเรื่องที่ไม่สำคัญจนผู้อ่านพลาดแล้วเกิดความเสียหายหรือเปล่า ถ้าสำคัญให้ย้ายขึ้นไปไว้ในเนื้อหา
  3. ภาษาตรงกับทั้งฉบับ (ป.ล. กับภาษาไทย P.S. กับภาษาอังกฤษ)
  4. ระดับภาษาและคำลงท้าย (ครับ/ค่ะ/นะคะ) ตรงกับส่วนอื่น
  5. ไม่มีคำสะกดผิดหรือเว้นวรรคผิดที่ตา เช่น ป.ล.ข้อความ ที่ไม่มีช่องว่าง
  6. ถ้าเป็นหนังสือราชการ ได้ตัด ป.ล. ออกแล้วหรือยัง

ใช้เครื่องมือของ AdeptWrite ช่วยตรวจและเรียบเรียง

เมื่อเขียนอีเมลเสร็จ มีเครื่องมือที่ช่วยได้ตามขั้นตอนดังนี้ โดยแต่ละครั้งรับข้อความได้ไม่เกิน 6,000 ตัวอักษร

  • เขียนอีเมลและจดหมาย ร่างอีเมลหรือจดหมายทางการจากประเด็นสั้น ๆ มีโหมดจดหมายทางการ สมัครงาน และติดตามผล ผลลัพธ์เป็นร่างแรกที่คุณต้องอ่านและแก้ให้เข้ากับสถานการณ์จริง
  • ปรับน้ำเสียงข้อความ เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นทางการ แบบงานออฟฟิศ หรือกันเอง เหมาะเมื่อ ป.ล. ฟังเป็นกันเองเกินไปสำหรับผู้รับ
  • ตรวจคำผิดภาษาไทย ตรวจคำสะกดเทียบกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ เครื่องมือชี้ให้เห็นจุดที่ควรตรวจ แต่การตัดสินใจแก้เป็นของผู้เขียน

บทความเกี่ยวกับการปิดท้ายและเขียนอีเมลที่เกี่ยวข้อง ดูเพิ่มเติมที่ วิธีปิดท้ายอีเมลภาษาไทย และ วิธีเขียนอีเมลทางการ

สรุป

ป.ล. คือรูปไทยของ P.S. ใช้เติมข้อความสั้น ๆ ท้ายจดหมายหลังชื่อผู้เขียน เหมาะกับจดหมายส่วนตัว อีเมลที่เป็นกันเอง และงานการตลาดที่ต้องการเน้นประเด็น แต่ไม่เหมาะกับหนังสือราชการและเรื่องสำคัญที่ผู้อ่านต้องทำตาม ถ้าไม่แน่ใจว่าควรใส่หรือไม่ ให้ถามตัวเองว่า "ถ้าผู้อ่านไม่เห็นบรรทัดนี้ จะเกิดปัญหาไหม" หากใช่ ให้ย้ายขึ้นไปไว้ในเนื้อหาหลัก

ลองใช้เครื่องมือ

เขียนอีเมลและจดหมาย
อีเมลสมัครงาน จดหมายราชการหรือจดหมายทางการ และอีเมลติดตามผล
เปิดเครื่องมือ
ปรับน้ำเสียงข้อความ
เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นทางการสำหรับจดหมาย สุภาพแบบงานออฟฟิศ หรือกันเองสำหรับแชต
เปิดเครื่องมือ
ตรวจคำผิดภาษาไทย
ตรวจคำสะกดผิดจากรายการคำ th_TH และคำที่เขียนไม่ตรงกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 พร้อมคำแนะนำ ทำงานในเบราว์เซอร์ของคุณ
เปิดเครื่องมือ

คำถามที่พบบ่อย

ป.ล. ย่อมาจากอะไร

ป.ล. ย่อมาจาก ปัจฉิมลิขิต ซึ่งแปลว่าข้อความที่เขียนไว้ตอนท้าย เทียบได้กับ P.S. ของภาษาอังกฤษที่ย่อมาจาก post scriptum ในภาษาละติน ใช้เขียนเติมหลังชื่อผู้เขียนในจดหมายหรืออีเมล เพื่อเสริมเรื่องที่นึกได้ภายหลังหรือเน้นประเด็นสำคัญ

เขียน ป.ล. หรือ ปล. แบบไหนถูกต้อง

ในจดหมายและอีเมลควรเขียน ป.ล. โดยมีจุดหลังอักษรย่อ ส่วน ปล. ที่ไม่มีจุดพบมากในแชตและโซเชียลมีเดียเพราะพิมพ์เร็ว หากต้องการยืนยันรูปคำย่อในเอกสารทางการ ให้ตรวจกับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 หรือคู่มือเขียนของหน่วยงานที่คุณส่งงานให้

ใช้ ป.ล. ในหนังสือราชการได้หรือไม่

ไม่ควรใช้ เพราะรูปแบบหนังสือราชการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณไม่มีส่วนสำหรับปัจฉิมลิขิต ถ้ามีข้อความเพิ่ม ให้แก้เนื้อหาหลักหรือทำเป็นหนังสือฉบับใหม่ และควรตรวจฉบับล่าสุดของระเบียบกับแบบฟอร์มขององค์กรก่อนส่งทุกครั้ง

ควรวาง ป.ล. ไว้ก่อนหรือหลังลายเซ็นอีเมล

วางหลังชื่อและตำแหน่งที่พิมพ์เอง แต่ก่อนลายเซ็นอัตโนมัติที่มีโลโก้และข้อมูลติดต่อยาว ๆ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นก่อนเลื่อนผ่าน ขึ้นบรรทัดใหม่ เว้นบรรทัดว่างหนึ่งบรรทัด และใช้ข้อความสั้นเพียงบรรทัดเดียวถึงสองบรรทัดจะอ่านง่ายที่สุด

คู่มือทั้งหมด